ไตรภูมิพระร่วง

 

 

 บทนำ                

 

                    ไตรภูมิพระร่วง เดิมเรียกว่า เตภูมิกถา หรือ ไตรภูมิกถา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเปลี่ยนชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น ไตรภูมิพระร่วง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระร่วงจ้าแห่งกรุงสุโขทัยให้คู่กับหนังสือสุภาษิตพระร่วง 


                    หอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับไตรภูมิพระร่วงมาจากจังหวัดเพชรบุรี เป็นใบลาน ๑๐ ผูก  จารด้วยอักษรขอมในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  พระมหาช่วย วัดปากน้ำ (วัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ ในปัจจุบัน) เป็นผู้จาร   หอพระสมุดวชิรญาณ ได้ถอดความออกเป็นอักษรไทย โดยมิได้แก้ไขถ้อยคำไปจากต้นฉบับเดิม

 

ผู้แต่ง

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่สำคัญเล่มหนึ่ง ในสมัยสุโขทัย ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนไทยมาก  พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) ได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นหลังจากที่ทรงผนวชแล้ว และขึ้นครองราชย์ได้ ๖ ปี  ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖


                    พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งกรุงสุโขทัย ขึ้นครองราชย์ต่อจากพญางัวนำถม  จากหลักฐานในศิลาจารึกวัดมหาธาตุ พ.ศ. ๑๙๓๕ หลักที่ ๘ ข.  ค้นพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙  เมื่อพญาเลอไทสวรรคต  ใน พ.ศ. ๑๘๘๔  พญางัวนำถมได้ขึ้นครองราชย์  ต่อมาพญาลิไทยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติ และขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ ทรงพระนามว่า  พระเจ้าศรีสุริยพงสรามมหาธรรมราชาธิราช  ในศิลาจารึกมักเรียกพระนามเดิมว่า พญาลิไท หรือเรียกย่อว่า พระมหาธรรมราชาที่ ๑  เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๑๙๑๑ 


                    พญาลิไท ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา  ทรงอาราธนาพระเถระชาวลังกาเข้ามาเป็นสังฆราชในกรุงสุโขทัย  ได้สละราชสมบัติออกทรงผนวชที่วัดป่ามะม่วง นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก  พญาลิไททรงมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก  ทรงสนพระทัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก และทรงพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ  เช่น สร้างถนนพระร่วง ตั้งแต่เมืองศรีสัชนาลัยผ่านกรุงสุโขทัยไปถึงเมืองนครชุม (กำแพงเพชร)  บูรณะเมืองนครชุม  สร้างเมืองสองแคว (พิษณุโลก) เป็นเมืองลูกหลวง และสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ ที่ฝีมือการช่างงดงามเป็นเยี่ยม 


                    งานพระราชนิพนธ์ของพญาลิไท ได้แก่ ไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถาศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงและศิลาจากรึกวัดศรีชุม เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆการสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  การผนวชที่วัดป่ามะม่วง เป็นต้น

 

จุดมุ่งหมายในการแต่ง

                    มี  ๒ ประการ  เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรมกตัญญูประการหนึ่ง  อีกประการหนึ่ง เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจพุทธศาสนา และช่วยกันดำรง
พุทธศานาไว้ให้มั่นคง

 

ลักษณะคำประพันธ์

                    ร้อยแก้ว ประเภทความเรียงสำนวนพรรณนา

 

เนื้อหา

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีพุทธศาสนา ที่พญาลิไททรงรวบรวมเนื้อหาสาระจากคัมภีร็ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์  จึงจัดได้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์ประเภทค้นคว้ารวบรวมที่ดีเล่มหนึ่ง  เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี  มีบานแพนกบอกชื่อผู้แต่ง  วันเดือนปีที่แต่ง  ชื่อคัมภีร์ต่าง ๆ  บอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง  แล้วจึงกล่าวถึงภูมิทั้ง ๓  คำว่า เตภูมิ หรือ ไตรภูมิ  แปลว่า สามแดน  คือ  กามภูมิ  รูปภูมิอรูปภูมิ  ทั้ง ๓ ภูมิ แบ่งออกเป็น ๘ กัณฑ์ (กัณฑ์ = เรื่อง,หมวด,ตอน)


๑. กามภูมิ 

                    เป็นที่กำเนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังลุ่มหลงอยู่ในกามเป็นแดนสุขสบายและแดนที่เป็นทุกข์ปะปนกัน  ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ในกามภูมิ เพราะผลกรรมของตนเป็นใหญ่กามภูมิแบ่งออกเป็น ๑๑ ภูมิ  ได้แก่  อบายภูมิ ๔  ภูมิ  มนุษย์ ๑ ภูมิ และสวรรค์ ๖ ภูมิ  การพรรณนากามภูมิแบ่งออกเป็น ๖ กัณฑ์

๑.๑  นรกภูมิ   เป็นแดนของสัตว์นรก
๑.๒  ดิรัจแนภูมิ   เป็นแดนของสัตว์ที่เจริญตามขวาง
๑.๓  เปตภูมิ   เป็นแดนของเปรตที่เคยเป็นมนุษย์และทำความชั่ว เกิดเป็นเปรต
๑.๔  อสุรกายภูมิ   เป็นแดนของยักษ์มารหรือผีที่หลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว
๑.๕  มนุสสภูมิ   เป็นแดนของมนุษย์
๑.๖  ฉกามาพจร   เป็นแดนของเทวดาที่ยังเกี่ยวข้องในกาม มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์     ยามะ  ดุสิต  นิมมานรดี  ปรนิมมิตวสวดี

๒.  รูปภูมิ

                    หรือรูปาวจรภูมิ  เป็นที่อยู่ของพรหมมีรูป  เรียกว่า รูปพรหม  ไม่มีเพศ  มีรูปงามบริสุทธิ์  มีแสง   สว่างรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง มีเสียงไพเราะ และมีอายุยืนหลายพันปีทิพย์ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น  (โสฬสพรหม) จำแนกออกตามชั้นของฌานที่บุคคลได้บรรลุ  เรียงลำดับ ดังนี้ ปริสัชชา ปโรหิตตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมานาภาอาภัสสรา ปริตตาสุภา อัปปมาณาสุภา สุภกิณาหา เวหัปผลา อสัญญิสัตตาอเวหา ตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐา  รูปภูมิที่เรียกว่า มหาสุทธาวาส คือรูปภูมิ ๕ ชั้นสุดท้าย (ชั้นที่ ๑๑-๑๖)  เป็นภูมิที่ไม่ถูกทำลายด้วยไฟบรรลัยกัลป์

๓.  อรูปภูมิ

                    หรืออรูปาวจรภูมิ  เป็นแดนของพรหมไม่มีรูป  มีแต่จิตเท่านั้น  แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น  ได้แก่ อากาสานัญจายตนภูมิวิญญาณัญจายตนภูมิ อากิญจัญญายตนภูมิ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ 

                    หนังสือเล่มนี้กล่าวเริ่มต้นตั้งแต่การกำเนิของชีวิตต่าง ๆ ว่ามีที่เกิดอย่างไร  แล้วพรรณนาถิ่นที่เกิด คือ ภูมิต่าง ๆ ทั้ง ๓๑ ภูมิ อย่างละเอียดตอนที่ว่าด้วยมนุสสภูมิและโลกสัณฐาน คือภูมิศาสตร์ของโลก  ได้เล่าอย่างละเอียดว่า  ลักษณะของโลกเป็นอย่างไร  ทวีปต่าง ๆ ภูเขา  แม่น้ำคน และสัตว์เป็นอย่างไร  หนังสือเล่มนี้จบลงด้วยการเน้นทางไปถึงการดับทุกข์ คือ พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของชีวิต

 

ลักษณะเด่น

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง ถึงแม้ว่าเป็นวรรณคดีโบราณที่ใช้ภาษาไทยแบบเก่า และมีศัพท์ทางพระพุทธศาสนาปะปนอยู่มาก  ทำให้ยากแก่การอ่านสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางพุทธศาสนามาก่อนก็ตาม  แต่สำนวนพรรณนาที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้มีความแจ่มแจ้ง ไพเราะ ช่วยให้เกิดจินตภาพหลายตอน  และทำให้เกิดความรู้สึกคล้อยตามไปด้วยเช่น  ตอนพรรณนาถึงความน่ากลัวในนรกภูมิ  และความสุขสบายในสวรรค์ เป็นต้น  ทุก ๆ ตอนที่กล่าวถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ได้ทรงอธิบายตอนนั้นอย่างละเอียด  กระบวนพรรณนาที่แจ่มแจ้งแลเห็นจริงจังอันควรยกมาเป็นตัวอย่าง  เช่น  ตอนพรรณนาลักษณะของเปรต  ได้กล่าวเอาไว้ชัดเจน ดังนี้

                    " เปรตลางจำพวก ตัวเขาใหญ่ ปากเขาน้อยเท่ารูเข็มนั้นก็มี  เปรตลางจำพวกผอมหนักหนา  เพื่ออาหารจะกินบมิได้  แม้ว่าจะขอดเอาเนื้อน้อย ๑ ก็ดี  เลือดหยด ๑ ก็ดี  บมิได้เลย  เท่าว่ามีแต่กระดูกและหนังพอกกระดูกภายนอกอยู่ไส้  หนังท้องนั้นเหี่ยวติดกระดูกสันหลังแล ตานั้นลึกและกลวงดังแสร้งควักเสีย  ผมเขานั้นยุ่งรุ่ยร่ายลงมาปกปากเขา  มาตรว่าผ้าร้ายน้อยหนึ่งก็ดี และจะมีปกกายเขานั้นก็หามิได้เลย  เทียรย่อมเปลือยอยู่  ชั่วตนเขานั้นเหม็นสาบพึงเกลียดนักหนาแลเขานั้นเทียรย่อมเดือดเนื้อร้อนใจเขาแล  เขาร้องไห้ร้องครางอยู่ทุกเมื่อแล  เพราะว่าเขาอยากอาหารนักหนาแล "

 

คุณค่าของหนังสือ

๑.  ด้านภาษาและสำนวนโวหาร  

                    เป็นวรรณคดีเล่มแรกที่เรียบเรียงในลักษณะการค้นคว้าจากคัมภีร์ต่าง ๆ ถึง ๓๐คัมภีร์   จึงมีศัพท์ทางศาสนาและภาษาไทยโบราณอยู่มาก  สามารถนำมาศึกษาการใช้ภาษาในสมัยกรุงสุโขทัย  ตลอดจนสำนวนโวหารต่าง ๆ ไตรภูมิพระร่วงมีสำนวนหนักไปในทางศาสนาโวหารและพรรณนาโวหาร  ผูกประโยคยาว และใช้ถ้อยคำพรรณนาดีเด่น สละสลวยไพเราะ  ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านอารมณ์สะเทือนใจและให้จินตภาพหรือภาพในใจอย่างเด่นชัด  เช่น  " บ้างเต้นบ้างรำบ้างฟ้อน ระบำบันลือเพลงดุริยดนตรี  บ้างดีดบ้างสีบ้างตีบ้างเป่า  บ้างขับศัพท์สำเนียง  หมู่นักคุณจุณกันไปเดียรดาษพื้น  ฆ้องกลองแตรสังข์ระฆังกังสดาลมโหระทึกกึกก้องทำนุกดี  ที่มีดอกไม้อันตระการ่ต่าง ๆ สิ่ง มีจวงจันทน์กฤษณาคันธาทำนอง  ลบองดังเทพยดาในเมืองฟ้า  สนุกนี้ทุกเมื่อบำเรอกันบมิวาย "

๒.  ด้านความรู้ 

        ๒.๑  ด้านวรรณคดี ทำให้คนชั้นหลังได้รับความรู้ทางวรรณคดี อันเป็นความคิดของคนโบราณ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของวรรณคดีไทย เช่น พระอินทร์ แท่นบัณพุกัมพล ช้างเอราวัณ เขาพระสุเมรุ ป่าหิมพานต์ต้นปาริชาติ ต้นนารีผล นรก สวรรค์ เป็นต้น

        ๒.๒  ด้านภูมิศาสตร์  เป็นความรู้ทางภูมิศาสตร์ของคนโบราณ
โดยเชื่อว่าโลกมีอยู่ ๔ ทวีป  ได้แก่  ชมพูทวีป  บุรพวิเทหทวีป อุตตรกุรุทวีป และอมรโคยานทวีป  โดยมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง

๓.  ด้านสังคมและวัฒนธรรม

        ๓.๑  คำสอนทางศาสนา  ไตรภูมิพระร่วงสอนให้คนทำบุญละบาป  เช่น  การทำบุญรักษาศีลเจรฐสมาธิภาวนาจะได้ขึ้นสวรรค์การทำบาปจะตกนรก  แนวความคิดนี้มีอิทะพลเหนือนจิตใจของคนไทยมาช้านาน เป็นเสมือนแนวการสอนศีลธรรมของสังคม ให้คนปฏิบัติชอบซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม

        ๓.๒  ค่านิยมเชิงสังคม  อิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ให้ค่านิยมเชิงสังคมต่อคนไทย  ให้ตั้งมั่นและยึดมั่นในการเป็นคนใจบุญ มีเมตตากรุณา รักษศีล บำเพ็ญทาน รู้จักเสียสละ เชื่อมั่นในผล  แห่งกรรม

        ๓.๓  ศิลปกรรม  จิตรกรนิยมนำเรื่องราวและความคิดในไตรภูมิพระร่วงไปเขียนภาพสีไว้ในโบสถ์วิหาร  โดยจะเขียนภาพนรกกไว้ที่ผนังด้านล่างหรือหลังองค์พระประธาน  และเขียนภาพสวรรค์ไว้ที่ผนังเบื้องบนรอบโบสถ์วิหาร

๔.  ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น

                    มีหนังสืออ้างอิงทำนองไตรภูมิพระร่วง ที่มีผู้แต่งเลียนแบบอีกหลายเล่ม เช่น จักรวาลทีปนี ของ พระสิริมังคลาจารย์แห่งเชียงใหม่ไตรภูมิโลกวินิจฉัย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเล่าเรื่องไตรภูมิ  เป็นต้น 


                   ไตรภูมิพระร่วงมีอิทธิพลสำคัญต่อแนวคิดของกวีรุ่นหลัง  โดยนำความคิดในไตรภูมิพระร่วงสอดแทรกในวรรณคดีต่าง ๆ เช่น  ลิลิตโองการแช่งน้ำ  มหาเวสสันดรชาดก  รามเกียรติ์  กากีคำกลอนขุนช้างขุนแผน  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ลิลิตโองการแช่งน้ำ   กล่าวถึงไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก

" นานาอเนกน้าวเดิมกัลป์                จักร่ำจักรพาฬหเมื่อไหม้
   กล่าวถึงตะวันเจ็ดอันพลุ่ง             น้ำแล้งไข้ขอดหาย "

รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑  กล่าวถึงทวีปทั้ง  ๔  ว่า

" สำแดงแผลงฤทธิ์ฮีกฮัก                 ขุนยักษ์ไล่ม้วนแผ่นดิน
   ชมพูอุดรกาโร                               อมรโคยานีก็ได้สิ้น "

รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒  กล่าวถึงปลาอานนท์

" เขาสุเมรุเอนเอียงอ่อนละมุน   อานนท์หนุนดินดานสะท้านสะเทือน "

กากีคำกลอน  กล่าวถึงแม่น้ำสีทันดร

" .......................................              ในสาครลึกกว้างกลางวิถี
 แม้จะขว้างหางแววมยุรี                  ก็จมลงถึงที่แผ่นดินดาน
 อันน้ำนั้นสุขุมละเอียดอ่อน             จึงชื่อสีทันดรอันใสสาร
ประกอบด้วยมัจฉากุมภาพาล          คชสารเงือกน้ำและนาคิน "

ขุนช้างขุนแผน  กล่าวถึงป่าหิมพานต์

" ม่านนี้ฝีมือวันทองทำ                    จำได้ไม่ผิดนัยน์ตาพี่
  เส้นไหมแม้นเขียนแนบเนียนดี       สิ้นฝีมือแล้วแต่นางเดียว
  เจ้าปักเป็นป่าพนาเวศ                     ขอบเขตเขาคลุ้มชอุ่มเขียว
 รุกขชาติดาดใบระบัดเรียว               พริ้งเพรียวดอกดกระดะดวง
 ปักเป็นมยุราลงรำร่อน                     ฟ่ายฟ้อนอยู่บนยอดภูเขาหลวง
 แผ่หางกางปีกเป็นพุ่มพวง               ชะนีหน่วงเหนี่ยวไม้ชะม้อยตา
 ปักเป็นหิมพานต์ตระหง่านงาม        อร่ามรูปพระสุเมรุภูผา
 วินันตกอัสกรรณเป็นหลั่นมา           การวิกอิสินธรยุคุนธร "

ตัวอย่างจากเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง

 

 

โลหสิมพลีนรก

                    " นรกบ่าวถัดนั้นอันคำรบ ๑๕  ชื่อ โลหสิมพลีนรก  ฝูงชนอันทำชู้ด้วยเมียท่านก็ดี    แลผู้หญิงอันมีผัวแล้วแลทำชู้จากผัวก็ดี  คนฝูงนั้นตายไปแล้วไปเกิดในนรกนั้น ๆ มีป่าไม้งิ้วป่า ๑ หลายต้นนักแล  ต้นงิ้วนั้นสูงได้แลโยชน์  แลหนามงิ้วนั้นเทียรย่อมเหล็กแดงเป็นเปลวสุกอยู่
แลหนามงิ้วนั้นยาวได้ ๑๒ นิ้วมือ  เป็นเปลวไฟลุกอยู่ห่อนจะรู้ดับสักคาบแล  ในนรกนั้นเทียรย่อมฝูงหญิงฝูงชายหลายแล  คนฝูงนั้นเขาได้รักใคร่กันดังกล่าวมาดุจก่อนนั้นแล  ลางคาบผู้หญิงอยู่บนปลายงิ้ว  ผู้ชายอยู่ภาคต่ำ  ฝูงยมบาลเขาก็เอาหอกดาบหลาวแหลน อันคมเทียรย่อมเหล็กแดง แทงตีนผู้ชายนั้น  จำให้ขึ้นไปหาผู้หญิงชูของสู อันอยู่บนปลายงิ้วโพ้นเร็วอย่าอยู่  แลฝูงผู้ชายทนเจ็บบมิได้จึงปีนขึ้นไปบนต้นงิ้วนั้นครั้นว่าขึ้นไปไส้  หนามงิ้วบาดทั่วตนเขาขาดทุกแห่ง แล้วเป็นเปลวไหม้ตนเขา ๆ อดบมิได้จึงบ่ายหัวลงมา  ฝูงยมบาลก็เอาหอกแทงซ้ำเล่าร้องว่าสูเร่งขึ้นไปหาชู้สูที่อยู่บนปลายงิ้วโพ้น  สูจะลงมาเยียใดเล่า  เขาอดเจ็บบมิได้  เขาเถียงยมบาลว่า  ตูมิขึ้นไป  เขาก็มิขึ้นไป  แลหนามงิ้วบาดทั่วทั้งตัวเขา ๆ เจ็บปวดนักหนาดังใจเขาจะขาดตาม  แลเขากลัวฝูงยมบาล  เขาจึงขึ้นไปเถิงปลายงิ้วนั้น  ครั้นจะใกล้เถิงผู้หญิงผู้เป็นชู้สูอันอยู่บนปลายงิ้วนั้นเล่า  แลว่าเมื่อเขาขึ้นลงหากันดังนั้นหลายคาบหลายคราลบากนักหนาแล "

 

จาตุมหาราชิกาสวรรค์

  

                          " แต่แผ่นดินเราอยู่นี้ขึ้นไปเบื้องบนได้ ๓๒๖,๐๐๐,๐๐๐  วาผิจะนับด้วยโยชน์ได้  ,๖๐๐ โยชน์ไส้  ว่าจิงได้เถิงชั้นฟ้าอันชื่อ  จาตุมหาราชิกา  ภูมิอันตั้งอยู่เหนือจอมเขายุคนธรฝ่ายตะวันตกตะวันออกก็ดี  ฝ่ายหนทักษิณเขาพระสิเนรุราช  มีเมืองใหญ่เทพยดาอยู่ ๔ เมือง  โดยกว้างโดยยาวเมืองนั้นใหญ่ได้ ๔๐๐,๐๐๐ วา  รอบนั้นเทียรย่อมกำแพงทอง  ประดับด้วยแก้ว ๗ประการ  แลกำแพงอันรอบนั้นโดยสูงได้ ๘,๐๐๐ วา  บานประตูนั้นเทียรย่อมแก้ว  แลมีปราสาททองอยู่เหนือประตูนั้นทุกอัน  ในเมืองนั้นเทียรย่อมปราสาทแก้ว  ฝูงเทพยดาอยู่ใน  แผ่นดินนั้นเป็นแผ่นดินทองพรายงามราบนักหนาดังหน้ากลอง  แลอ่อนดังฝูกผ้า  แลแก้วนั้นเมื่อเหยียบลงอ่อนสน่อยแล้วก็เต็มขึ้นมาเล่า  บ่มิเห็นรอยตีนเลย  นอกนั้นมีน้ำใสกว่าแก้ว  แลมีดอกบัวบาน ๕ สิ่ง  ในสระนั้น  น้ำนั้นหอมดั่งแสร้งอบ  แลมีพรรณดอกไม้อันงาม  แลมีต้นไม้อันประเสริฐ งาม  มีลูกอันประเสริฐ  แลมีโอชารสอันยิ่ง  แลไม้ฝูงนี้เป็นดอกเป็นลูกทุกเมื่อ  แล่บ่ห่อนจะรู้วายเลยเทพยดาผู้เป็นพระญาแก่เทวดาทั้งหลาย  ฝ่ายตะวันออกเขาสุเนรุราชนั้น ชื่อว่าท้าวธตรฐราช  เป็นพระญาแก่เทพยดาทั้งหลายรอดทั่วทั้งกำแพงจักรวาฬฝ่ายตะวันออกแล   เทพยดาผู้เป็นพระญาแก่เทพยดาแลฝูงครุฑราช  แลฝูงนาคเถิงกำแพงจักรวาฬเบื้องตะวันตก  แลเทพยดาผู้เป็นพระญาฝ่ายทักษิณชื่อ ท้าววิรุฬหกราช เป็นพระญาแก่ฝูงยักษ์อันชื่อกุมภัณฑ์  แลเทพยดาทั้งหลายรอดไปเถิงกำแพงจักรวาฬฝ่ายทักษิณ  แลเทพยดาผู้เป็นพระญาฝ่ายอุดรชื่อ ท้าวไพรศรพณ์มหาราช เป็นพระญาแก่หมู่ยักษ์ทั้งหลาย  แลเทพยดาฝ่ายอุดรทิศเขาพระสิเนรุราชรอดไปเถิงกำแพงจักรวาฬฝ่ายอุดรนั้นแล "

คำสั่ง         

                    เมื่อนักเรียนอ่านเรื่องสังเขปไตรภูมิพระร่วง ข้างต้นนี้แล้ว  ให้นักเรียนแสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็น โดยอ้างอิงถึงความรู้ที่ได้อ่านนี้ หรือค้นคว้าเพิ่มเติม

 

ตัวอย่าง

                    หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า   แม้เนื้อหาของเรื่องนี้ซึ่งได้ประพันธ์ขึ้นโดยอิงจากภูมิรู้ทางธรรม  อาจดูห่างไกลจากการพิสูจน์ หรือจับต้องได้จริงทางวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบัน  แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไตรภูมิพระร่วงได้ฝากข้อคิดไว้แก่ผู้อ่าน  นั่นคือ  การสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอันตรงข้ามกันของ ความดี  และความชั่ว  ซึ่งจากเนื้อหา ผู้ประพันธ์ได้ใช้สัญลักษณ์แทนความดีด้วยการพรรณนาให้ผู้อ่านรู้จักกับสวรรค์  อันมีลักษณะน่ารื่นรมย์  ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิงกับนรกซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความชั่ว อันประกอบไปด้วยความทุกข์ทรมานนานาประการ  ลักษณะตรงกันข้ามนี้ยังคงเป็นความจริงไม่ผันแปรว่า แม้โลกจะได้รับการสร้างสรรค์ให้เจริญไปมากเท่าใด  หากแต่ใจคนยังคงมีทั้งด้านดี  และด้านไม่ดีอยู่เสมอ เมื่อปฏิบัติดี ย่อมได้รับสิ่งที่ดีเป็นผลสะท้อนกลับ  และในขณะเดียวกัน  หากปฏิบัติไม่ดี  ผลไม่ดีย่อมติดตามมาเป็นของคู่กันเหมือนเงาตามตัว  ซึ่งตรงนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการมุ่งกระทำดี และควบคุม หรือลดการกระทำชั่วในชีวิตประจำวันได้

 

 

edit @ 5 Oct 2008 12:09:41 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:00:42 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:11:02 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:21:57 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:26:40 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:32:12 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:38:23 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:41:01 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:42:07 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:43:23 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:46:25 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:52:17 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:07:31 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:10:28 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:12:02 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:13:33 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:15:03 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:18:52 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:22:39 by piromwasee

edit @ 26 Oct 2008 01:00:08 by piromwasee

edit @ 26 Oct 2008 01:02:30 by piromwasee

Comment

Comment:

Tweet

จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านไตรภูมิพระร่วงนั้น รู้สึกว่าข้าพเจ้าได้รับความรู้เกี่ยวกับภพต่างๆทั้ง ๓ ภพ ก็เชื่อว่าถ้าว่าเราทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น ไม่ต้องรอให้ภพหน้าหรือภพไหน
วันนี้เราควรทำความดีเอาไว้ แต่อนาคตหลังความตายจากภพของมนุษย์ถ้าเราทำทำความดีเราก็จะได้ไปสวรรค์ แต่ถ้าเราทำความชั่วเราก็จะได้ไปพรรณนากามภูมิ สิ่งที่เรากระทำทั้งหมดก็คือ กรรม มีทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว หนังสือเรื่องไตรภูมิพระร่วงก็เปนแค่สิ่งตอกย้ำในการกระทำต่างๆของเราแต่ถ้าเราทำแต่ความดีเราก็จะมีแต่ความสุข และอยู่ในสังอย่างมีความสุขbig smile

#143 By นายอรุณพงษ์ กระทาจันทร์ ม.๕/๓ (124.120.233.230) on 2008-11-05 17:46

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าในเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นได้แฝงไปด้วยข้อเตือนใจต่างๆ สอนให้มนุษย์รู้จักที่จะใช้ชีวิต และหากใครทำความผิดก็จะต้องตกนรกที่เต็มไปด้วยสิ่งน่ากลัวต่างๆมากมาย และความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เป็นผลมาจากการที่มีชีวิตอยู่แล้วสร้างความชั่วมากมายจึงต้องมาชดใช้กรรมอยู่ในนรกจนกว่าจะหมดกรรม แต่หากใครสร้างแต่ความดีก็จะได้ไปสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่แตกต่างจากนรกอย่างสิ้นเชิง สวรรค์เป็นสถานที่ที่สวยงาม เป็นที่อยู่ของเหล่าทวยเทพเทวดา และนางฟ้าทั้งหลาย ซึ่งการที่เราจะได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกนั้นก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา ถ้าเราทำดีก็จะได้แต่สิ่งดีงามตอบแทน แต่ถ้าเราทำชั่ว สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายก็จะย้อนกลับมาคืนสนองเราเท่านั้น ข้าพเจ้าเชื่อว่ามนุษย์ทุกๆคนก็อยากที่จะไปอยู่ในที่ที่มีแต่ความสวยงามเพราะฉะนั้นการหมั่นสร้างความดีก็จะช่วยให้เราได้รับผลที่ดีตอบแทนกลับมาค่ะ


*****หนูมาแสดงความคิดเห็นเรียบร้อยแล้วค่ะ*****

#142 By น.ส.ภัสราภรณ์ ตำรวจหาญ ม.๕/๑๐ เลขที่๒๙ (124.120.123.99) on 2008-11-05 15:56

เรื่องไตรภูพระร่วงเป็นวรรณคดีประเภทศาสนาอันทรงคุณค่า ทั้งด้านเนื้อหา การใช้ศัพท์ทางศาสนา และสำนวนโวหารอันไพเราะ โดยใช้การพรรณนาโวหารที่ทำให้เกิดจินตภาพในการอ่าน เนื้อเรื่องจะบรรยายเกี่ยวกับภูมิทั้งสามคือ นรก มนุษย์ สวรรค์ ซึ่งเปรียบเสมือนการสอนให้ผู้อ่านได้ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม ถ้าคนทำดีจะได้รับผลดีมีความสุขกับคืนมาด้วยการขึ้นสวรรค์ แต่สำหรับคนทำชั่วก็ได้รับผลกรรมอันสาสมกลับคืนมาเช่นกัน

จากเรื่องข้าพเจ้าคิดว่าเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งให้คนตระหนักที่จะทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวงbig smile แม้เนื้อหาเรื่องนี้จะไกลตัวแต่ผู้อ่านทุกคนสามารถนำแนวคิดเรื่องนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

#141 By นางสาวนิสา จำปาแฝด เลขที่ ๒๓ ชั้นม.๕/๒ (119.42.66.220) on 2008-11-05 07:35

จากการที่ดิฉันได้เข้ามาศึกษาหนังสือไตรภูมิพระร่งทำให้รู้จักโทษของบาปบุญคุณโทษมากขึ้น ทำให้ตระหนักถึงการกระทำแต่ละอย่างของตนเองแต่ละอย่าง ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันถูกมันควรแล้วหรือยัง ที่ทำไปมันได้ทำให้ใครเดือดร้อนจนกลายเป็นบาปติดตัวให้เราต้องไปชดใช้กันต่อหรือไม่ รู้สึกกลัวบาปกรรม และไม่อยากจะประพฤติในสิ่งที่เป็นการผิดศีลธรรม หรือสิ่งที่จะทำให้กลายเป็นบาปติดตัวต่อไปเอยๆ

หนังสือเล่มนี้มีการเปรียบเทียบได้อย่างดีมากทำให้ผู้อ่านเห็นมโนภาพได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านของการประพฤติดี หรือประพฤติชั่ว ทำให้รู้ว่าเมื่อทำดีจะส่งผลต่อตนเองอย่างไร จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าประพฤติชั่วแล้วจะได้รับอะไรเป็นสิ่งตอบแทนบ้าง

เราควรปลูกฝังเรื่องแบบนี้ให้อีกหลายคนได้รับรู้กันเยอะๆ ให้กว้างขวางมากขึ้น จะทำให้คนเราทำอะไรอย่างมีสติมากขึ้น และคิดก่อนที่จะทำการใดๆ ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ใครทั้งปวง โดยเฉพาะต่อตนเอง

#140 By นางสาวสุภารัตน์ ทัดสำราญ ม.๕/๒ เลขที่ ๙ (115.67.64.240) on 2008-11-04 23:59

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้ เป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่กล่าวถึงภูมิ(แดน)ทั้งสาม คือแดนนรก แดนสวรรค์ และแดนมนุษย์ ต้องการแสดงถึง ผลบาปและผลบุญของผู้กระทำจะส่งให้ผู้นั้นไปเกิดในภูมิต่าง ๆ กัน ผู้กระทำแต่บาปหยาบช้า อกตัญญูไม่รู้คุณบิดามารดา เมื่อตายจะไปเกิดในภูมิชั้นต่ำคือนรกภูมิ ภูมิชั้นต่ำสุดในกามภูมิ ที่มีขุมนรกลดหลั่นลึกลงไปถึง 8 ขุม หรือเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต หรือ อสุรกาย ตามแต่ผลบาปที่ได้กระทำไว้ ถ้าประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรมประกอบแต่กรรมดี ก็จะได้ไปเสวยสุขในภูมิที่สูงขึ้นไปตามผลบุญที่ได้กระทำ ผู้ที่ทำทั้งบุญและบาป ก็จะไปเกิดเป็นเปรตสลับกับเทวดา จนหมดสิ้นกรรมที่ทำไว้ เมื่อเกิดเป็นเทวดาในสวรรค์แล้วไม่หลงในสุขสมบัติ ฝึกจิตสมาธิให้หมดจากกิเลส ก็จะได้ไปเกิดเป็นพรหมในรูปภูมิและอรูปภูมิ แม้จะอยู่ในอรูปภูมิที่มีเพียงแต่จิต แต่จิตยังดับกิเลสไม่หมด จิตนั้นก็ยังมีดับและเกิดใหม่ ในไตรภูมินี้ได้แสดงให้เห็นความน่ากลัวในนรก และความสุขความสวยงามในสวรรค์อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายถึงผลของการทำดีและทำชั่ว และการเวียนว่ายตายเกิด อันเป็นผลจากกรรมที่ผู้นั้นได้กระทำไว้

เรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีไทยที่ชี้ให้ตระหนักว่า 'ไตรภูมิ'หรือดินแดนในสามโลกนั้นไม่น่าอยู่ เพราะเป็นดินแดนที่ไม่เที่ยงหรือมีแต่อนิจลักษณะ โลกที่สงบสุขจริงๆคือการนิพพานซึ่งถือเป็นความสุขที่อมตะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง sad smile sad smile

#139 By นางสาว สรรชุดา พลายบัว ม.๕/๑๐ เลขที่ ๘ (125.24.251.203) on 2008-11-04 22:16

ข้าพเจ้าได้อ่านวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชาติไทยของเราว่าให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธมากเพียงใด แม้ในการเขียนบทประพันธ์ยังนำหลักศาสนาเข้ามาสอดแทรกในเนื้อเรื่องไว้เพื่อสอนให้ทุกคนทำความดี และมีแง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้อยู่ในศีลธรรมอันดีได้ วรรณกรรมทางศาสนาที่กล่าวถึงภูมิทั้ง 3 คือ กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ซึ่งทั้ง3อย่างจะแตกต่างกัน และยังกล่าวถึงโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์ และนรก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการทำความดี ความชั่วว่าจะได้อยู่ในโลกไหน ถ้ากระทำความดีอยู่ในศีลธรรมก็จะได้อยู่บนสวรรค์อยู่ในที่สบาย ถ้ากระทำความชั่วก็จะต้องชดใช้กรรมในโลกมนุษย์และนรก ซึ่งจะมีความทุกข์และทรมานตามกรรมที่ได้กระทำไว้ สำนวนที่ใช้ในการแต่งเป็นสำนวนโวหารที่สวยงามและมีความไพเราะ ง่ายต่อการอ่าน และยังสอดแทรกความรู้ด้านต่างๆ เช่น ด้านสังคม ค่านิยม ประเพณี ภูมิศาสตร์ เป็นเรื่องที่ให้ความรู้และสอนแต่สิ่งดีๆเพื่อให้เราได้พ้นทุกข์ และรู้จักการรักษาศีล5 เพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งถ้าเราปฏิบัติตามได้ก็จะส่งผลดีต่อตนเอง ทำให้จิตใจสงบและใสสะอาด อ่านแล้วทำให้มีแรงบันดาลใจทำความดีละเว้นความชั่วและเกรงกลัวต่อกระทำบาป

#138 By น.ส.พิมพ์ชนก ตันอิ่ม ม.5/3 เลขที่ 38 (61.90.74.232) on 2008-11-04 21:02

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเนื้อหาของไตรภูมิพระร่วงพอสังเขปแล้ว ข้าพเจ้าไม่อยากลง นรกเลย ถ้านรกมีจริงนะเพราะข้าพเจ้าไม่ค่อยเชื่อเรื่องนรกเท่าไหร่ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งมันเป็นการยากที่เด็กวิทย์อย่างข้าพเจ้าจะเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้และไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าพเจ้าจะลบหลู่ ถึงข้าพเจ้าจะไม่เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยลบหลู่ และข้าพเจ้าก็ยินดีทำตามคำสอนของไตรภูมิเพราะร่วงถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วเกิดผลร้ายหรือไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไตรภูมิพระร่วงสะท้อนให้เห็นผลถึงผลของการกระทำของคน คนที่ทำกรรมดี กรรมชั่ว ก็จะได้รับผลกรรมที่กระทำไว้แตกต่างกัน คนที่ทำกรรมดีก็จะด้ไปรับกรรมดีบนสววรค์ ส่วนที่ทำกรรมชั่วไว้ตอนยังมีชีวิตตายไปก็ต้องไปรับกรรมชั่วที่นรกซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่ปีกี่ชาติกว่าจะชดใช้กรรมหมด ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากไปกันหรอก นรก เนี๊ย เพราะไปแล้วคงไม่มีวันได้กลับ ถ้าเอ่ยถึงสวรรค์ขึ้นมามีแต่คนอยากจะไป (ถ้าสวรรค์มีจริงนะผมก็อยากไปเหมือนกัน)แต่จะมีซักกี่คนกันที่จะได้ไปที่นั่นเพราะคนสมัยนี้จิตใจห่างจากพระพุธศาสนาเหลือเกิน แบบนี้ผมว่าสวรรค์คงเงียบมากๆเลยคนที่ได้ไปสวรรค์คงจะเหงามากเพราะเพื่อนน้อย ไม่เหมือนนรกที่คงครึกครื้นกันใหญ่แต่ถึงจะครึกครื้นยังไงผมก็ไม่ไปหรอกขอมีเพื่อนน้อยดีกว่า

อาจารย์ครับ ผมว่าเว๊บไซต์อาจารย์ต้องปรับปรุงอีกหน่อยนะครับ อย่างแรกเลยคือสีสันครับเว๊บน่าจะมีสีสันมากกว่านี้เพื่อดึงดูดคนดู ต่อมาก็คือเนื้อหา น่าจะมีมากกว่านี้น่าจะมีภาพสวรรค์ชั้นต่างๆ นรกขุมต่างๆให้ดูด้วยเพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้ทุกคนอยากทำความดี ละเว้นความชั่ว

สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนทำความดีกันเยอะๆ สวรรค์จะได้ไม่เงียบ ผมจะได้มีเพื่อนเยอะ

#137 By นายเอกราช โคตรมนตรี ม.๕/๑ เลขที่๑๕ (124.120.199.13) on 2008-11-04 20:48

จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ทำให้ได้รู้ว่าเรื่องนีเป็นวรรณกรรมพุทธศาสนาชิ้นแรกและเก่าแก่ ซึ่งพญาลิไททรงพระราชนิพน์ไว้ทำถือกับว่าเป็นประวัติศาสตร์อย่างนึ่งที่สำคัญมากของไทย
จากการอ่านทำให้รู้ว่าผู้แต่งมีการเปรียบเทียบต่างๆระหว่างความดีกับความชั่วแสดงถึงนรกที่ต้องชดใช้กรรมหรือถึงบาปบุญคุณโทษ การเกิดและตายเป็นส่วนนึ่งของมนุษย์และเลือกไม่ได้ว่าจะอยู่สวรรค์หรือนรกหรืออีกอย่างนึ่งคือเลือกเกิดไม่ได้

#136 By นาย เกษมสันต์ เตรณานนท์ ม.๕/๑๒ เลขที่ ๑๖ (125.24.211.186) on 2008-11-04 19:51

big smile

#135 By (203.118.122.103) on 2008-11-04 19:49

#134 By . (203.118.122.103) on 2008-11-04 19:48

open-mounthed smile สวัสดีคะ big smile
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านข้อมูลนี้และศึกษาจากแหล่งความรู้อื่นบ้างเป็นการเพิ่มเติม ไตรภูมิพระร่วง เดิมชื่อ เตภูมิกถา ผู้แต่ง คือ พญาลิไท จึงทำให้ทราบว่ามีการใช้สำนวนภาษาอยู่มากที่คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้มากพอ จะสามารถอ่านแล้วเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนได้ หากผู้ที่สนใจจริงๆ ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่ยากหากเริ่มศึกษาตั้งตอนนี้แต่หลักๆก็สามารถพอสรุปได้ว่าไตรภูมิพระร่วงแต่งขึ้นจากความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ต้องการให้บ้านเมืองนั้นสงบร่มเย็น สิ่งที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ที่คนไทยยอมรับและมีประเพณีต่างๆ ตามแต่ละท้องถิ่น เบื้องลึกเหล่านั้นล้วนเป็นผลของความเชื่อของคนไทย ที่ปฏิบัติต่อๆกันมาจนปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคนในชุมชน กาลเวลาได้ดำเนินต่อไป สิ่งเหล่าก็ยังคงอยู่ในสังคมไทย แม้ผู้คนซึ่งความคิดที่แตกต่างกัน มีการดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ จึงไม่แปลกที่จะเกิดสิ่งต่างๆอย่างฉับพลันขึ้นเรื่อยๆ ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน วิวัฒนาการต่างๆที่คนต่างค้นหาก่อเกิดสิ่งต่างๆที่มีดังเช่นอดีตแต่เปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมออกไปแต่เราก็ยังเรียกมันว่า ความดี และความชั่วดังเดิม สองสิ่งนี้เกิดขึ้นในภูมิที่ยังมีซึ่งกิเลสตัณหาอยู่ ยากที่ทำให้มันออกจากจิตใจของมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยตัณหา แต่ด้วยไตรภูมิพระร่วงซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงนรกและสวรรค์ เป็นสิ่งที่ทุกคนเคยได้ยิน แต่ไม่มีใครตอบได้แน่ว่ามีจริงหรือไม่ แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ดูสะท้อนออกมาเป็นคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นตามโบสถ์ของวัดวาอาราม คำบอกเล่า และชีวิตของแต่ละคนที่อยู่กับเราหรือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่เข้าใจกันว่าเรานั้นเกิดมาก็เพื่อใช้กรรมที่ตนได้กระทำไว้ และเชื่อว่าหากชาตินี้เราเกิดมาใช้กรรมเก่าแล้ว เราต้องหมั่นสร้างความดีไม่คิดกระทำชั่วเพื่อไปอยู่ในภูมิต่างๆที่มีแต่จิตที่บริสุทธิ์ มนุษย์เราปรารถนาได้ในสิ่งที่ตนต้องการอยู่แล้วหากแต่ด้วยหนทางใด
มีการกล่าวถึงยุคหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นกาลภายหน้า คือ สมัยพระศรีอาริย์ เชื่อกันว่า ณ ตอนนั้นใครปรารถนาสิ่งใดก็จะได้มาไม่ต้องมีการแก่งแย่ง ไม่มีสิ่งเลวร้าย แต่จะจริงหรือเท็จประการใดก็ไม่สารถตอบได้
หากแต่เรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นการนำสวรรค์แทนถึงการกระทำดี ได้พบเจอแต่สิ่งที่ดี และนรกแทนสำหรับผู้กระทำบาป จะได้รับผลของการกระทำที่บรรยายจนเห็นจากการจิตนาการของผู้อ่านว่าน่ากลัว ก่อเกิดให้ผู้อ่านได้เกรงกลัวบาปและไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นเป็นที่สุด ฉะนั้นทุกศาสนาที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจของมนุษย์ก็ไม่มีศาสนาใดที่สอนให้ทำชั่ว เราจึงควรหมั่นทำดีไม่คิดชั่วทั้งต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์

#133 By นางสาวเสาวลักษณ์ ใบชิต ชั้น ม.๕/๑ เลขที่ ๔๐ (203.118.122.103) on 2008-11-04 19:46

big smile เรื่องไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณกรรมทางด้านศาสนา วัฒนธรรม ที่สอดแทรกไปด้วยสาระความรู้ และคติสอนมากมาย เหมาะแก่การใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมและช่วยกันดำรงพระพุทธศาสนาไว้ให้ยั่งยืน แล้วเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าผู้แต่งมีการเปรียบเทียบระหว่างความดีและความชั่ว ทำให้ผู้คนที่ได้อ่านแล้วรู้สึกกลัวการที่กระทำความชั่วให้มีจิตสำนึกที่ดีขึ้น เมื่อคนทำดีก็จะได้สิ่งที่ดีๆก็จะเปรียบเทียบกับสวรรค์ชึ่งเปรียบเสมือนสิ่งที่สวยงามใครที่ทำความดีก็จะได้อยู่ที่นั่น ส่วนนรกนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ชั่วร้าย น่ากลัวมีแต่ความทุกข์ทรมาน
ถ้าเปรียบเทียบสองสิ่งนี้ผู้คนส่วนก็ต้องอยากไปสวรรค์อยู่แล้ว

#132 By นายอัตถสิทธิ์ เอี่ยมประคอง ม.๕/๑ เลขที่๕ (124.120.238.42) on 2008-11-04 16:55

big smile เรื่องไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณกรรมทางด้านศาสนา วัฒนธรรม ที่สอดแทรกไปด้วยสาระความรู้ และคติสอนมากมาย เหมาะแก่การใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมและช่วยกันดำรงพระพุทธศาสนาไว้ให้ยั่งยืน แล้วเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าผู้แต่งมีการเปรียบเทียบระหว่างความดีและความชั่ว ทำให้ผู้คนที่ได้อ่านแล้วรู้สึกกลัวการที่กระทำความชั่วให้มีจิตสำนึกที่ดีขึ้น เมื่อคนทำดีก็จะได้สิ่งที่ดีๆก็จะเปรียบเทียบกับสวรรค์ชึ่งเปรียบเสมือนสิ่งที่สวยงามใครที่ทำความดีก็จะได้อยู่ที่นั่น ส่วนนรกนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ชั่วร้าย น่ากลัวมีแต่ความทุกข์ทรมาน
ถ้าเปรียบเทียบสองสิ่งนี้ผู้คนส่วนก็ต้องอยากไปสวรรค์อยู่แล้ว

#131 By นายอัตถสิทธิ์ เอี่ยมประคอง ม.๕/๑ เลขที่๕ (124.120.238.42) on 2008-11-04 16:54

big smile เรื่องไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณกรรมทางด้านศาสนา วัฒนธรรม ที่สอดแทรกไปด้วยสาระความรู้ และคติสอนมากมาย เหมาะแก่การใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมและช่วยกันดำรงพระพุทธศาสนาไว้ให้ยั่งยืน แล้วเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าผู้แต่งมีการเปรียบเทียบระหว่างความดีและความชั่ว ทำให้ผู้คนที่ได้อ่านแล้วรู้สึกกลัวการที่กระทำความชั่วให้มีจิตสำนึกที่ดีขึ้น เมื่อคนทำดีก็จะได้สิ่งที่ดีๆก็จะเปรียบเทียบกับสวรรค์ชึ่งเปรียบเสมือนสิ่งที่สวยงามใครที่ทำความดีก็จะได้อยู่ที่นั่น ส่วนนรกนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ชั่วร้าย น่ากลัวมีแต่ความทุกข์ทรมาน
ถ้าเปรียบเทียบสองสิ่งนี้ผู้คนส่วนก็ต้องอยากไปสวรรค์อยู่แล้ว

#130 By นายอัตถสิทธิ์ เอี่ยมประคอง ม.๕/๑ เลขที่๕ (124.120.238.42) on 2008-11-04 16:53

จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ในด้านคุณค่าทางภาษาและพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการใช้ภาษาไทยยุคโบราณบวกกับความรู้ความเข้าใจของผู้แต่งในด้านพระพุทธศาสนาจนได้ผลงานชิ้นเอกนี้มา ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ค่อยเข้าใจในส่วนของคำขยายบางคำแต่เมื่ออ่านรวมกับคำหลักแล้วก็ทำให้เข้าใจและจินตนาการภาพตามไปได้ นอกจากนี้เรื่องไตรภูมิพระร่วงก็ยังมีข้อคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับความดีและความชั่ว หากเราทำความดีกรรมดีที่สะสมไว้ก็จะพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีดี มีแต่ความสุข สมหวัง ซึ่งในที่นี้อาจเปรียบกับการได้ไปอยู่บนสวรรค์ แต่ถ้าหากเราทำความชั่วกรรมชั่วนั้นก็จะพาไปสู่สิ่งที่ไม่ดี เกิดความทุกข์ เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเปรียบกับการได้ไปอยู่ในแดนนรก แม้ความเชื่อเรื่องนรก – สรวรรค์อาจจะหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แต่การกระทำของเรานั้นก็จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่าจะส่งผลให้ชีวิตเราเป็นอย่างไรต่อไป

#129 By น.ส.พัณนิดา ดักขุนทด ม.๕/๒ เลขที่ ๓๒ (118.174.102.79) on 2008-11-03 23:38

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้วต้องขอบอกว่าเนื้อเรื่องนั้นแสดงให้เห็นภาพได้ชัดเจนและเข้าถึงความรู้สึกของผู้แต่ง ถึงแม้เนื้อเรื่องที่เป็นการใช้ภาษาโบราณจะทำให้อ่านแล้วเข้าใจยากเล็กน้อย และจากการที่ได้ศึกษาทำให้เกิดคำถามขึ้นภายในใจมากมาย ถึงแม้ว่ามันจะพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีจริงหรือไม่ บางทีข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่มีเหตุผล ที่จะลงโทษคนทำผิดด้วยการทรมาน ให้เจ็บปวด ซึ่งความจริงแล้วจิตใจของเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกสำนึกถึงสิ่งที่เขากระทำลงไปเลยก็ได้ ถึงพ้นการชดใช้กรรมไปแล้วเขาก็มีโอกาสที่จะกระทำผิดได้อีก ข้าพเจ้าจึงมีความคิดต่อการลงโทษคนที่ทำบาปด้วยการทรมานอาจจะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่แท้จริง ถึงแม้ข้าพเจ้าจะมีความรู้สึกอย่างไรก็ตามต่อเรื่องนี้ อย่างน้อยการที่สอนให้คนกลัวด้วยวิธีการลงโทษแบบนี้ก็เป็นทางที่ดีทางหนึ่งเพื่อที่จะให้ผู้คนไม่กล้าทำบาป และอีกคำถามหนึ่งก็คือถ้าคนเราทำความดีแล้วความสุขจากการได้ไปสวรรค์นั้นจะเรียกได้ว่าเป็นความสุขจริงหรือ หรือเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น~

#128 By นางสาวปภาพินท์ แก้วชาญค้า เลขที่ ๒๑ ม.๕/๒ (203.209.126.135) on 2008-11-03 22:52

หลังจากที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วง ข้าพเจ้ารู้สึกว่า สำนวนที่ใช้ได้อธิบายถึงความแจ่มแจ้ง ไพเราะ ของเรื่องราว เพื่อที่จะเป็นการเจริญทางธรรม และสั่งสอนให้ผู้ได้อ่านมีคุณธรรม อ่านเพียงเรื่องไตรภูมิพระร่วงเพียงเรื่องเดียวได้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ด้านวรรณคดี ภูมิศาสตร์ คำสอนทางศาสนา มีการพรรณนาอย่างละเอียด ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ นรก สวรรค์ และความดี ความชั่ว ให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการและคล้อยตาม ถึงเรื่องราวกล่าวขึ้น
จึงทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ บุญ บาป ที่ได้ทำไว้และผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร อาจช่วยให้ผู้ที่คิดชั่วกลัวบาปกรรมและหันกลับมาทำความดีได้

ขอบคุณอย่างสูง

#127 By รักชนก เติมทิพย์ทวีกุล ม.๕/๑๐ เลขที่ ๑๕ (203.118.122.1) on 2008-11-03 21:46

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องการแสดงให้เราเห็นถึงผลของการกระทำที่เราได้ทำไว้ โดยบางคนที่คิดว่าทำไมคนที่ทำชั่วถึงได้ดี คนทำดีก็ยังไม่มีผลดีเกิดขึ้นเลย ข้าพเจ้าคิดว่าความดีที่เกิดจะเกิดที่ใจของเรา นั่นก็คือความสุขที่เกิดขึ้นมาแล้วโดยเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

#126 By พรรณราย ว่องวัฒนกิจ ม.๕/๒ เลขที่ ๓๖ (203.148.164.138) on 2008-11-03 21:23

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องการแสดงให้เราเห็นถึงผลของการกระทำที่เราได้ทำไว้ โดยบางคนที่คิดว่าทำไมคนที่ทำชั่วถึงได้ดี คนทำดีก็ยังไม่มีผลดีเกิดขึ้นเลย ข้าพเจ้าคิดว่าความดีที่เกิดจะเกิดที่ใจของเรา นั่นก็คือความสุขที่เกิดขึ้นมาแล้วโดยเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

#125 By พรรณราย ว่องวัฒนกิจ ม.๕/๒ เลขที่ ๓๖ (203.148.164.138) on 2008-11-03 21:21

จากที่ได้ศึกษาเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ทำให้ได้ข้อคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุญและบาป หรือนรกและสวรรค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเรา สังคมไทยในตอนนี้ก็คงจะเปรียบเสมือนที่อยู่ของสัตว์ป่าซึ่งมีด้วยกิเลสและตัณหา ไร้ซึ่งความเมตตาและป่าเถื่อน แต่เพราะเรามีศาสนา ความเชื่อเรื่องบาป บุญ คุณโทษเหล่านี้จึงทำให้เรามีคุณธรรมและศีลธรรมที่ดีงาม big smileมาแสดงความคิดเห็นแล้วนะคะ big smile

#124 By นางสาวจฤณพร เข็มทอง ม. ๕/๒ เลขที่ ๕ (203.209.91.83) on 2008-11-03 21:07

จากที่กระผมได้อ่านข้อความส่วนข้างบนทั้งหมดจบ จากเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงนี้ ได้ส่องให้คนในปัจจุบันได้ให้เห็นถึง การ กระทำความดี กับ การกระทำความชั่ว ว่ามีสิ่งที่เหนือธรรมชาติ คือ สวรรค์ กับ นรก แต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า สวรรค์ กับ นรก จะมีจริงหรือไม่ แต่ สวรรค์บนพื้นดิน กับ นรกบนพื้นดิน นั้นมีจริง แต่ ขึ้นอยู่กับการเลือกกระทำ นั่นเอง ครับ



ขอขอบพระคุณมาใน ณ. ที่นี้ด้วย นาย ทศพร ศิริเทพทวี ม5/9 เลขที่ 10

#123 By thossaporn 5/9 (124.120.211.97) on 2008-11-03 21:00

ผมได้ศึกษาจากข้อความข้างบน ผมได้ทราบว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีร้อยแก้ว ที่มีการใช้ศัพท์ทางศาสนาและภาษาไทยโบราณอยู่มาก จึงค่อนข้างลำบากสำหรับการอ่าน แต่หากลองอ่านดูดีๆจะทราบว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสำนวนที่ใช้ ค่อนข้างสละสลวย มีการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เช่น สวรรค์ นรก จึงมีส่วนโน้มน้าวจิตใจให้ผู้อ่านเกิดความกลัวในการทำความผิด และทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะทำความดีได้ เพราะถึงแม้ว่า สวรรค์ นรก อาจจะไม่มีอยู่จริง และอาจเป็นที่จะทำให้คนรุ่นหลังเชื่อว่า ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตกนรก ก็ตาม cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile

#122 By thossaporn (124.120.211.97) on 2008-11-03 20:53

เป็นวรรณคดีที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษามาก ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยทุกวันนี้ ความสงบสุขเริ่มลดน้อย ถอยลงไปทุกที เพราะขาดความมีคุณธรรม ทำให้เกิดทุกข์ตามมา วรรณคดีไตรภูมิพระร่วง ทำให้รู้สึกว่า โลกมนุษย์เราที่ว่ากว้างใหญ่ไพศาลเเล้ว นั้นเล็กมากเลยเมื่อเปรียบเทียบโลกทั้งสามภพ สื่อให้เห็นว่าการทำดีและการทำชั่วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเดินแบบไหน คือสอนให้เป็นคนดี ละเว้นการทำชั่ว เเละลุ่มหลงต่อสิ่งต่างๆ สำหรับทางด้านภาษาของวรรณคดีนี้เป็นภาษาที่อ่านเเล้ว ยังไม่เข้าใจเลย ต้องมาตีความกันอีกที เเต่เมื่อได้ลองอ่าน เเละลองจินตนาการไปนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เป็นวรรณคดีชิ้นเอกของไทยเลยก็ว่าได้ ครบถ้วนไปด้วยสาระที่แอบแฝง การดำรงชีวิต ทั้ง สวรรค์ นรก เเละโลกมนุษย์ เพื่อให้คนที่อ่านเเล้วได้เปรียบเทียบ เกรงกลัวต่อการทำบาป ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อ่านเพราะความบันเทิง เเละสนุกสนานอย่างเดียว มีเเนวคิดเเละคติสอนใจมากมาย สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว open-mounthed smile

#121 By น.ส.รจนา เตชนราฤทธิ์ ม.๕/๑ เลขที่ ๓๗ (124.120.69.48) on 2008-11-03 20:50

ต่อครับต่อ เมื่อสักครู่มันพลาด ยังคอมเม้นต์ไม่จบ ที่ผมพูดถึงสวรรค์ซึ่งมี ๖ ชั้น ได้แก่ จาตุมหาราชิกภูมิ ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี (ชื่อยากๆทั้งนั้น)แน่นอนว่าการที่จะไปสวรรค์คนเราก็ต้องทำความดี ผมอยากให้ทุกคนทำความดีครับ รวมถึงตัวผมด้วย
สำหรับการใช้โวหารของเรื่องนี้ ก็ใช้พรรณาโวหารที่เห็นภาพชัดเจน มีการอุปมากับสิ่งต่างๆ โน้มน้าวใจให้คนกลัวบาปด้วยเรื่องราว เปรต อสุรกาย ต่างๆ
อีกประเด็นคือ ไตรภูมิพระร่วง จัดเป็นวรรณคดีทางพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่ง ควรค่าแก่การศึกษา
โดยส่วนตัวแล้วผมยอมรับว่า ผมไม่ได้เข้าใจเนื้อเรื่องทุกประโยค แต่ผมก็เข้าใจว่าจุดประสงค์ของผู้แต่งคือต้องการให้ทุกคนทำความดี ดังนั้น

"เรามาทำความดี กันเถอะครับ"

#120 By นายพรภวิษย์ ทวีธนวิชญ์ ม.๕/๑ เลขที่ ๔ (124.120.214.42) on 2008-11-03 20:49

สวัสดีครับ หลังจากที่ผมได้อ่านไตรภูมิพระร่วงแล้วก็รู้สึก "ขนหัวลุก" นรกมันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ แค่นรกที่ผมเคยรู้จักก็สยองแล้ว แต่นี่ยังมีการแบ่งเป็นชั้นๆ ตามบาปตามกรรมอีก มีตั้ง ๘ ชั้น ไม่ว่าจะเป็น สัญชีพนรก กาลสูตนรก สังฆาฏนรก โรรุพนรก ตาปนรก มหาตาปนรก มหาอเวจีนรก มหาโรรุพนรก (ชื่อขุมนรกพวกนี้ผมอ่านในบล็อกอาจารย์แล้วเกิดอาการ อยากรู้ต่อครับ เลยไปหามาอีก)
แต่... สวรรค์ ช่างน่าอยู่จัง ผมตายไปอยากอยู่บนสวรรค์ครับ ชั้นไหนก็เอา question เพราะฉะนั้น ผมสัญญาว่าจะเป็นคนดีครับผมcry

#119 By นายพรภวิษย์ ทวีธนวิชญ์ ม.๕/๑ เลขที่ ๔ (124.120.214.42) on 2008-11-03 20:31

ค่ะ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านไตรภูมิพระร่วง ทั้งจากเว็บของอาจารย์เเละจากหนังสือเรียน ม.๕ ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ภาษาที่ใช้ เข้าใจค่อนข้างยากสำหรับข้าพเจ้า เพราะเป็นศัพท์สมัยก่อน ไม่คุ้นหู เหมือนปัจจุบันนี้ การคิด การอ่านยังอยู่ในช่วงสมัยสุโขทัย ทำให้ทราบถึงเรื่องราวการเเต่งวรรณคดีในสมัยนั้น
สำหรับวรรณคดีที่อ่านนั้น ทรงคุณค่าแก่การศึกษาไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีข้อคิดที่หลายหลายเเตกต่างกัน คือการ

#118 By (124.120.69.48) on 2008-11-03 20:18

สวัสดีครับอาจารย์...
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงในบล็อคของอาจารย์แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า หนังสือไตรภูมิพระร่วง จะกล่าว ถึง โลก ทั้ง 3 โลก คือ สวรรค์ มนุษย์ และนรก มีการเขียนถึงเวรกรรมต่าง ๆ เมื่อทำความดีจะได้ไปอยู่ในสวรรค์ เมื่อทำความชั่วก็จะตกนรก ผู้ที่อยู่บนโลกมนุษย์จะอยู่ ระหว่าง โลก สวรรค์ และนรก ซึ่งถ้าจะไป ทั้ง 2 โลกนี้ได้ จะต้องตาย หรือหมดกรรมเสียก่อน ผู้ที่หมดกรรม และทำความดีไว้มากก็จะได้ขึ้นสวรรค์ อยู่อย่างสุขสบาย ส่วนผู้ที่ทำกรรมไว้ ก็จะต้องตกนรกไปชดใช้เวรกรรมในขุมนรก โดยแต่ละขุมจะมีเวลาที่จะกลับมาเกิด ต่าง ๆ กันไปตามเวรกรรมของคน
ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะมุ่งถึงศาสนา ทำให้คนคิด และไม่คิดที่จะทำชั่วเพราะเกรงกลัวความทุกข์ทรมารที่จะต้องตกนรกเพื่อลงไปชดใช้เวรกรรม โดยที่ในสมัยนี้คนเราไม่ค่อยมีเวลาไปทำบุญ หรือลืมเรื่องความดี ความชั่วไปแล้ว คิดแต่จะหาเงินทองใส่ตัว บ้านเมืองมีแต่คนเห็นแก่ตัว หนังสือไตรภูมิพระร่วงจึงเป็นสิ่งที่น่าจะช่วยให้คนอ่านรู้สึกประทับใจ และคิดแต่สิ่งดีดี เพราะความดี ทำไป ถึงไม่มีใครเห็น แต่ก็ได้เป็นผลดีกับตัวเราเมื่อตายไป ต่างจากคนชั่วบางคนอยู่บนโลกมนุษย์ อาจมีเงินทองมากมายแต่เมื่อตายไปแล้วก็ต้องไปชดใช้เวรกรรม อย่างเจ็บปวด และลำบาก กว่าที่จะได้กลับมาเป็นมนุษย์ big smile

#117 By นายประมุขมนตรี ไชยมาดี ม.๕/๑ เลขที่ ๒ (125.25.125.127) on 2008-11-03 20:07

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่าน เรื่อง ไตรภูมิพระร่วงแล้วนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าเรื่องนรกและสวรรค์เป็นความเชื่อของคนไทยมาตั้งแต่สมัยเก่าก่อน มีการใช้คำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง และเรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้ยังสอนให้เห็นถึงเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ ไว้เป็นอย่างดี ว่าคนที่คิดดี ทำดี ก็จะได้ไปอยู่ในที่ดีดี อยู่อย่างมีคามสุข ส่นคนที่คิดไม่ดี กระทำแต่สิ่งไม่ดีก็จะได้รับผลกรรมไปอยู่ในที่ที่ไม่ดีมีแต่ความทุกข์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้สร้างกรรมในทางที่ดีหรือไม่ดีไว้มากน้อยเพียงใด ถ้าเราทำความดีไว้มากๆก็จะได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ส่วนถ้าได้ทำความชั่วไว้มากก็จะตกนรก ตาม
ผลกรรมที่ตัวเองนั้นได้ก่อขึ้นมา ซึ่งก็ไม่มีใครที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องของนรกและสวรรค์นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ในสังคมปัจจุบันก็สามารถที่จะพบเห็นได้ว่า คนที่ทำความดีจะอยู่อย่างมีความสุข ได้รับความชื่นชมก็เหมือนกับได้อยู่บนสรรค์ ส่วนคนที่กระทำแต่ความชั่วก็จะมีแต่คนสาปแช่ง นินทา ก็เหมือนกับตกนรก
ทั้งเป็น ไม่ต้องรอให้พวกเราทุกคนตายก่อนหรอกถึงจะได้รู้ว่านรกกับสวรรค์นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ แต่เรื่อง
ไตรภูมิพระร่วงนี้ก็สามารถจูงใจให้คนทำความดีได้
มากขึ้น เพราะทุกคนต่างก็เชื่อว่า ถ้าเราทำความดีมากๆเมื่อเราตายไปก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งก็จะช่วยลดจำนวนคนที่ทำความชั่วได้มากขึ้นทีเดียว

#116 By โชตินันท์ แสงงาม ม.๕/๑ เลขที่ ๓๓ (203.156.23.220) on 2008-11-03 18:35

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อกระทำสิ่งใดลงไป ก็จะได้สิ่งๆ นั้นตอบแทน เหมือนเช่นคำกล่าวที่ว่า ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว ภาพจินตนาการของข้าพเจ้าถึงสถานที่ที่เรียกว่า สวรรค์และนรก หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านจากเรื่องไตรภูมิพระร่วง ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความสวยงาม ที่พักอาศัย ต่างจากนรก ที่เป็นสถานที่ไม่มีใครอยากที่จะเหยีบย่างเข้าไป นรกจึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนที่กระทำความผิดจะต้องไปรับโทษ ส่วนผู้ที่ทำแต่ความดีเมื่อตายไปก็จะได้ไปขึ้นสรววค์ ทำให้ผู้คนอยากที่จะกระทำความดี ละเว้นความชั่วกันมากขึ้น เมื่อได้อ่านไตรภูมิพระร่วงนี้

#115 By น.ส. ทิชากร สายทอง ม.๕/๑ เลขที่ ๒๑ (125.25.124.116) on 2008-11-03 18:28

จากการที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้วข้าพเจ้าคิดว่าเป็นวรรณคดีที่แสดงให้เห็นถึงบาป บุญ คุณ โทษ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้านั้นตระหนักได้ว่าถ้าคนเรานั้นทำความดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ส่วนถ้าทำกรรมชั่วก็ต้องไปชดใช้กรรมในนรก การใช้สำนวนภาษาที่สละสลวยไพเราะ และมีการบรรยายให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการได้อย่างชัดเจน มีการใส่บทกลอนเพื่อให้ผู้อ่านเกิดรสของภาษาและเกิดความรู้สึกด้านอารมณ์สะเทือนใจมากขึ้น ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าควรปรับปรุงบางส่วนเช่นคำบางคำอ่านแล้วยางครั้งแปลไม่ค่อยออก จึงควรที่จะปรับปรุงแล้วนำไปเผยแพร่ทางศาสนาได้ด้วย

สุดท้ายข้าพเจ้าคิดว่า เรื่องนี้คงจะมีเเง่คิดที่สร้างจิตสำนึกให้กับผู้ที่ได้อ่านเเละผู้ที่สนใจมากเลยทีเดียว เพราะความดี ความชั่วนั้นอยู่ที่ตัวเรา หากเราคิดดี ทำดี แค่นี้ชีวิตเราก็สามารถดำเนินไปได้อย่างมีความสุขแล้วconfused smile

#114 By น.ส. นับจันทร์ จักขุเรือง ม.5/3 เลขที่ 34 (124.120.235.135) on 2008-11-03 18:13

สวัสดีค่ะ มาแสดงความคิดเห็นนะค่ะ confused smile
จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงจบแล้ว ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าบาปกรรมอยู่ใกล้ตัวคนเรามาก ในบางครั้งที่เราได้กระทำอะไรลงไปมักไม่ได้คิดก่อนทำ ทำให้ผลจากการกระทำมันกลับย้อนมาสู่ตนเองในรูปของกรรม ที่จะต้องชดใช้กันไม่หมดสิ้น ข้าพเจ้าเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องนี้ และพอจะได้รับฟังมาจากผู้ใหญ่และรายการทางโทรทัศน์บ้าง ซึ่งรายการนี้เป็นรายการที่ข้าพเจ้าชอบติดตามดูเพราะยายของข้าพเจ้าเองก็ชอบดูและมักชวนข้าพเจ้ามาดูเป็นเพื่อนเสมอ รายการนี้ก็คือรายการชั่วโมงพิศวง ทางช่อง ๗ ที่มีป๋อง กพล และหนุ่ม กรรชัย เป็นพิธีกร ซึ่งตอนท้ายรายการจะเป็นช่วงของ แม่ชีทศพร มาให้คำปรึกษาปัญหากรรม โดยทางรายการจะเชิญดารามานั่งคุยถึงกรรมเก่าที่ส่งผลให้ตนเองต้องมาเป็นแบบนี้ ในวันที่ข้าพเจ้าดู ถ้ารายการได้เชิญ โก๊ะตี๋ อารามบอย มาเป็นแขกรับเชิญ โก๊ะตี๋ได้ถามแม่ชีทศพรว่าเหตุใดตนเองถึงต้องเกิดมาตัวเตี้ยไม่ปกติสมบูรณ์เหมือนผู้อื่น แม่ชีทศพรจึงนั่งสมาธิแล้วเพ่งจิตดูผลกรรมที่โก๊ะตี๋ได้กระทำไว้ แล้วเล่าให้โก๊ะตี๋ฟังว่าเมื่อตอนที่โก๊ะตี๋ยังเด็ก ได้อาศัยอยู่ที่วัด เป็นเด็กวัด โก๊ะตี๋ได้ขโมยเงินตู้บริจาคที่ชาวบ้านได้ใส่เงินบริจาคไว้เพื่อช่วยวัด โก๊ะตี๋ได้ขโมยเงินไปซื้อขนมจนหมด ทำให้โก๊ะตี๋ได้รับกรรมนี้และส่งผลให้โก๊ะตี๋มีรูปร่างเตี๋ยเหมือนตู้บริจาคเงิน แต่ด้วยความดีที่ได้กระทำไว้เมื่อครั้งตอนหนุ่ม โก๊ะตี๋ได้ไปช่วยชาวบ้านเก็บศพโดยไม่รับเงินสักบาท ผลบุญนี้จึงช่วยให้โก๊ะตี๋มีชื่อเสียงโด่งดังดั่งทุกวันนี้ แม่ชีทศพรได้บอกว่าผลบุญก็ส่วนผลบุญไม่สามารถนำมาลบล้างผลกรรมที่กระทำไว้ได้ เพียงแต่ถ้าเราสร้างผลบุญไว้เยอะๆผลกรรมที่ทำไว้ก็จะมาถึงตัวช้า แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มา ผลกรรมไม่ได้มาจากชาติที่แล้วที่เรากระทำไว้อย่างเดียว แต่มาจากการกระทำของเราในชาตินี้ด้วย แม้ว่าชาติที่แล้วเราจะกระทำกรรมไว้เยอะทำให้ชาตินี้เกิดมาไม่สมบูรณ์เหมือนผู้อื่น แต่เราก็สามารถแก้ไขการกระทำของเราในชาตินี้ได้ด้วยการทำความดี แม้ความดีจะส่งผลช้าแต่ความดีจะช่วยให้เราได้รับแต่สิ่งที่ดีๆและมีความสุขเมื่อได้กระทำ big smile big smile

#113 By นางสาวพัสตราภรณ์ การอำนวย ม.๕/๑ เลขที่ ๓๖ (124.122.155.124) on 2008-11-03 18:09

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบเรื่องของกรรมคือถ้าเราทำบาปก็จะต้องตกนรก และยังได้ทราบอีกว่านรกนั้นแบ่งเป็นกี่ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทล้วนน่ากลัวทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราทราบถึงผลของการกระทำที่จะได้รับกล่าวคือทำดีได้ดีและทำชั่วได้ชั่วนั่นเอง ถ้าทำดีก็เปรียบเหมือนสวรรค์ที่มีแต่ความสุข แต่ถ้าทำชั่วก็เปรียบเหมือนนรกที่มีแต่ความทุกข์ ดังนั้นถ้าเราทราบอย่างนี้แล้วก็ควรที่จะหันมาทำความดีจะได้ไม่ต้องไปทุกข์ทรมานอยู่ในนรกภูมิ

#112 By น.ส.สุภาวดี ฉิมไทย ม.๕/๑ เลขที่ ๒๐ (58.10.170.50) on 2008-11-03 17:38

ค่ะ มาแสดงความคิดเห็น หลังจากที่อ่านเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง แล้วทำให้เราทราบว่า เป็นเรื่องที่นำเสนอถึงผลของ บาป บุญ คุณ โทษ หรือผลของการกระทำของมนุษย์ที่ต้องไปชดใช้กรรมในสถานที่ต่างๆอันเนื่องมาจากผลของการกระทำที่ต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน อันขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งบุคคลในสมัยก่อนได้มีความเชื่อเกี่ยวกับ การรับกรรม ในเรื่องของการทำกรรมดีก็จะได้ไปสวรรค์ การทำกรรมชั่วจะต้องไปรับโทษในนรก นอกจาการทำกรรมดีกรรมชั่วแล้ว ยังมีความเชื่อในเรื่องของ ผีสาง เทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา นางไม้ ซึ่งก็เป็นความเชื่อในสมัยก่อน จนถึงในสมัยปัจจุบันเราก็ยังคงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่ ไตรภูมิพระร่วงได้เสนอให้เห็นถึงภาพทางจินตนาการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะเรื่องราวของภาพในนรกและสวรรค์ โดยเฉพาะภาพของนรกซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่ที่คนทำกรรมชั่วต้องไปอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อในยุคสมัยโบราณที่เกี่ยวข้องกับ ผีสาง เทวดา มารวมกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาในเรื่องของกรรม ปัจจุบันคนเราห่างไกลพระพุทธศาสนากันมากขึ้น จึงมีความห่างไกลในเรื่องของการรู้จักเวรกรรม และ กรรมดีกรรมชั่ว และจากที่เคยได้ยินมาที่มีคนเคยบอกว่า การทำกรรมดีเพื่อลบล้างกรรมชั่วนั้นมันไม่สามารถลบล้างได้ กรรมดีก็ส่วนกรรมดี กรรมชั่วก็ส่วนกรรมชั่ว ดังนั้น ทุกคนจึงควรสร้างกรรมดี ก็เพราะว่า ปัจจุบันนั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากอดีต คือ การที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากผลของการกระทำในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือไม่ดี ก็แล้วแต่ว่า เป็นอดีตตอนไหนที่กระทำ ดังนั้น การกระทำของเราทุกคนในปัจจุบันนี้เอง ก็เป็นการสร้างเหตุ กำหนดอนาคตของเราเองในสังสารวัฏอยู่ เราจึงควรทำแต่ความดี อยู่ในศีลในธรรม ให้หมั่นทำบุญ ทำทาน ให้มีเมตตา หากเราตั้งใจทำแต่ความดี ตั้งใจชำระกายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์
อยู่เป็นนิจสิน กรรมไม่ดีเราไม่ทำ พยายามเลิกทำกรรมชั่วทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ ก็เท่ากับเรากำลังไม่สร้างกรรมชั่วเพิ่ม ไม่เพิ่มการรับผลในทางลบให้กับทางของตัวเองในวัฏสงสาร ชีวิตข้างหน้าต่อๆ ไปก็น่าจะ
มีแต่ดีและดียิ่งๆ ขึ้น ก็เป็นไปได้อยู่เหมือนกัน

big smile big smile

#111 By นางสาว กาญจนา ประสมทอง ม.๕/๑ เลขที่ ๓๑ (124.121.206.169) on 2008-11-03 17:35

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงเเล้วนั้นข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า เรื่อง ไตรภูมิพระร่วงนั้นมีเนื้อหาสาระดี เหมาะสำหรับนักเรียนเเละนักศึกษาผู้สนใจ เเละเหมาะที่จะเป็นแบบอ่านแก่ผู้เรียนเพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันเเละเป็นการสำนึกถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษ เนื่องจากว่าคนในช่วงสมัยนี้นั้นได้ละเลยไปถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษไปอย่างมาก บ้างก็ทำผิดโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ก่อนลงมือทำ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทของคน
จากเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นมีการเปรียบเทียบระหว่างบุคคลที่กระทำดีเเล้วนั้นชีวิตหลังความตายจะพบเเต่ความสงบสุขน่ารื่นรมย์ยิ่ง เเต่สำหรับบุคคลที่กระทำความผิดมีครั้งยังมีชีวิตดำีรงอยู่บนโลกมนุษย์นั้นชีวิตหลังความตายจะพบกับความทุกข์ ทรมาน กับผลกรรมที่ได้รับนั้นอาทิเช่น หากเราประพฤติผิดในกามผิดลูกผิดเมียผู้อื่นนั้น จะได้รับโทษคือการได้ปีนต้นงิ้วจากนั้นเมื่อใกล้จะถึงปลายของต้นงิ้วนั้นเเล้วจะถูกอีกาจิกหัวให้ตกลงเพื่อพยายามปีนป่ายขึ้นไปสู่ปลายต้นงิ้วอีกครั้งหนึ่ง คนเหล่านั้นก็จะกระทำเช่นนี้ตามจะนวนเวลาที่ขาจะได้รับลงโทษ เมื่อทำครบจำนวนนั้นเเล้วใช่ว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์อีก เเต่ต้องเกิดมาเป็นสัตว์ต่างๆมากมายเพื่อเป็นกานผ่อนบาปนั้นอีก
ดังนั้นจากการที่เราได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นให้ประโยชน์แก่เรามากมาย อย่างเช่น ได้รับทราบถึงชีวิตหลังความตายเพื่อเป็นการนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในปัจจุบันทำอย่างไรเพื่อให้ตนเองเป็นสุข และเสริมสร้างให้ผู้คนในสังคมปัจจุบันนั้นมีความละอายต่อการทำบาป สร้างคุณธรรมแก่ผู้คนทั่วไป โดยผ่านจากสื่อในครั้งนี้
การที่อาจารย์ได้จัดทำเรื่องไตรภูมิพระร่วงลงในทางInternet นั้นมีประโยชน์ต่อนักเรียนมากมายทั้งสะดวกเเละสามารถเปิดอ่านได้เนื่องจากนักเรียนนั้นส่วนใหญ่ชอบเล่นคอมกันอยู่เเล้วจึงไม่เป็นการเสียเวลามากที่จะเข้ามาเปิดอ่านบล๊อกของอาจารย์ในครั้งนี้ ดิฉัันในนามตัวเเทนของเพื่อนๆทุกคน จึงขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่สละเวลาอันมีค่ามาทำสื่อการสอนที่น่าสนใจเช่นนี้เพื่อนทานแก่นักเรียนระดับชั้น ม.๕ ขอบพระคุณค่ะ big smile

#110 By น.ส.สุวพีร์ สำราญ ม.๕/๙ เลขที่๑๙ (124.120.245.41) on 2008-11-03 17:23

เรื่องไตรภูมิพระร่วงที่ข้าพเจ้าได้ศึกษานี้ถือได้ว่าเรื่องไตรภูมิเป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่กล่าวถึงภูมิ (แดน) ทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ซึ่งมีเนื้อหาพรรณนาถึงที่อยู่ ที่ตั้ง และการเกิดของมนุษย์ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเทวดา ที่ตั้งเหล่านี้มีเขาพระสุเมรุเป็นหลัก เขาพระสุเมรุนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางจักรวาล มีทิวเขาและทะเลล้อมรอบสลับกันได้ 7 ชั้น ทิวเขามีชื่อต่างๆดังนี้ 1. ยุคนธร 2. อิสินธร 3. กรวิก 4. สุทัศน์ 5. เนมินธร 6. วินันตก และ7.อัศกรรณ ซึงเป็นเขารอบนอกสุด ทิวเขาเหล่านี้รวมเรียกว่าเขาสัตตบริภัณฑ์ ส่วนทะเลที่รายล้อมอยู่ 7 ชั้น เรียกว่า มหานทีสีทันดร ถัดจากทิวเขาอัศกรรณออกมาเป็นมหาสมุทรอยู่ทั่วทุกด้าน แล้วจะมีภูเขาเหล็กกั้นทะเลนี้ไว้รอบเรียกว่า ขอบจักรวาล พ้นไปนอกนั้นเป็นนอกขอบจักรวาลembarrassed

#109 By นายวศกร แพร่หลาย เลขที่ ๑ ชั้นม.๕/๑๐ (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:31

วรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้ แสงให้เห็นว่าพระมหาธรรมราชาลิไทย ทรงเป็นนักปราชญ์และนักการปกครอง มีพระปรีชารอบรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก อรรถกถาฎีกา อนุฏีกา และปกรณ์พิเศษต่าง ๆ พระองค์ยังเชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ และไสยศาสตร์จนถึงขั้นทรงบัญญัติคัมภีร์ศาสตราคมเป็นปฐมธรรมเนียมสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าคัมภีร์ต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนามากกว่า 30 คัมภีร์ มีเนื้อหากล่าวถึงจักรวาลวิทยา ปรัชญา จริยศาสตร์ ชีววิทยา และความคิดความเชื่อทางพุทธศาสนา โดยแสดงหลักธรรมที่สำคัญคือ การละเว้นความชั่วประกอบกรรมดี เป็นกลวิธีการสอนประชาชนให้ยึดมั่นในคำสอนทางศาสนา เกรงกลัวต่อบาป ประกอบแต่กรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดำรงความมั่นคงของประเทศชาติได้
สาระสำคัญของเรื่องนื้ที่เด่นๆคือการพรรณนาเรื่องการเกิดการตายของสัตว์ทั้งหลายว่า “เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิด้วยอำนาจของบุญและบาปที่ตนได้กระทำแล้ว ไตรภูมิ หรือ ภูมิทั้งสาม รวมทั้งการกำเนิดและการตายของสัตว์"

open-mounthed smile confused smile question sad smile

#108 By นายกฤต โพนะตะ เลขที่ ๔ ชั้น ม.๕/๑๐ (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:29

เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ เมื่อเกิดมาแล้วได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่จะต้องชดใช้กรรม พร้อมกันนั้นก็จะต้องกระทำกรรมใหม่ขึ้นอีก ทั้งในส่วนที่เป็นบุญและเป็นบาป จึงได้จำแนกการดำเนินชีวิตของคนไว้ ๓ ประเภทด้วยกัน คือ
๑. ทำบาปมากกว่าทำบุญ
๒. ทำบุญมากกว่าทำบาป
๓. ทำบุญกับทำบาปเสมอกัน
สำหรับบุคคลที่ทำบุญและทำบาปใกล้เคียงกัน เสมอกันนั้น เมื่อตายลง จะยังไม่ตรงไปเกิดในนรกภูมิ ด้วยอำนาจของอกุศลกรรม หรือตรงไปบังเกิดเป็นเทวดา ด้วยอำนาจของกุศลกรรมทันที ด้วยอำนาจแห่งความประมาท ที่ไม่ค่อยจะเชื่อบุญหรือเชื่อบาป เมื่อเขาตายลง ก็ย่อมจะได้ไปเกิดในแดนยมโลกนรก พบกับ ยมฑูต ย่อมจะถูกยมฑูตนำไปสู่สำนักของพญายมราช เพื่อให้พญายมราช ซึ่งเป็นใหญ่ในยมโลกนรก สอบถามถึงเทวทูต ๕ ประการเสียก่อน แล้วจึงจะเสวยผลกรรมดีหรือชั่ว ที่ตนได้กระทำไว้ sad smile sad smile sad smile embarrassed (คอมเม็นเมื่อกี้ของหนูน๊าอาจารย์)

#107 By นางสาวณัฐรัตน์ วิชชุชัย เลขที่ ๒๗ ชั้น ม.๕/๑๐ (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:26

เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ เมื่อเกิดมาแล้วได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่จะต้องชดใช้กรรม พร้อมกันนั้นก็จะต้องกระทำกรรมใหม่ขึ้นอีก ทั้งในส่วนที่เป็นบุญและเป็นบาป จึงได้จำแนกการดำเนินชีวิตของคนไว้ ๓ ประเภทด้วยกัน คือ
๑. ทำบาปมากกว่าทำบุญ
๒. ทำบุญมากกว่าทำบาป
๓. ทำบุญกับทำบาปเสมอกัน
สำหรับบุคคลที่ทำบุญและทำบาปใกล้เคียงกัน เสมอกันนั้น เมื่อตายลง จะยังไม่ตรงไปเกิดในนรกภูมิ ด้วยอำนาจของอกุศลกรรม หรือตรงไปบังเกิดเป็นเทวดา ด้วยอำนาจของกุศลกรรมทันที ด้วยอำนาจแห่งความประมาท ที่ไม่ค่อยจะเชื่อบุญหรือเชื่อบาป เมื่อเขาตายลง ก็ย่อมจะได้ไปเกิดในแดนยมโลกนรก พบกับ ยมฑูต ย่อมจะถูกยมฑูตนำไปสู่สำนักของพญายมราช เพื่อให้พญายมราช ซึ่งเป็นใหญ่ในยมโลกนรก สอบถามถึงเทวทูต ๕ ประการเสียก่อน แล้วจึงจะเสวยผลกรรมดีหรือชั่ว ที่ตนได้กระทำไว้


embarrassed

#106 By (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:25

ในการที่ข้าพเจ้าได้อ่านและศึกษาเรื่องไตรภูมิพระร่วง ข้าพเจ้าจึงมีความคิดที่ว่าหากไม่มีพระพุทธเจ้าในโลกนี้ สัตวทั้งหลายในสังสารวัฏนี้จะรู้ได้อย่างไรว่ามี ภูมิที่น่าสพึงกลัวถึงเพียงนี้อยู่ ข้อนี้นับเป็นพระมหากรุณา ของพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งที่ทรงตรัส ชี้ทางให้ สัตว์โลกทั้งหลายตั้งมั่น อยู่ในกุศลธรรม นรกคือ ภูมิที่มีแต่ทุกข์ไม่มีกุศลจิต เกิดขึ้นเลยในระหว่างที่เสวยทุกข์อยู่ ท่านลองคิดดูว่า เราต้องอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ทุกข์กายและใจ ตลอดเวลาไม่มีเว้นเลย นรกนั้นทุกข์นัก การไปเกิดที่นั้นกว่าจะได้หลุดมา นานนักหนาเพราะอายุของ สัตว์นรกยาวนานมาก นรกเป็นดินแดนของจิตที่มีแต่อกุศล สิ่งที่นำสัตว์ไปเกิดก็คือสิ่งที่สัตว์นั้นกระทำนั้นเอง ไม่ใช่อยู่ดีก็โชคร้ายได้ไปเกิดที่นั้น พวกเราทั้งหลายที่เสวยชาติขณะที่เป็นมนุษย์นี้ นับว่ามีบุญมากแล้ว ควรจะใช้โอกาสนี้ในการ สร้างกุศลให้ยิ่งๆขึ้นไป อย่าได้ประมาทในวัย จงมีความตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธ เจ้าเถิด อย่าทำปาบ จงทำบุญ ทำ

#105 By นางสาวจุฑามาศ มุ่งซ่อนกลาง เลขที่ ๑๒ ชั้น ม.๕/๑๐ (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:22

จากการที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตระหนักถึงบาปบุญคุณโทษและในเรื่องที่ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วและยังทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบอีกว่าผู้ที่ทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และบาปนั้นตามทันต้องถูกตัดตีนสินมือและทุกข์โศกเวทนานักหนา พวกนี้เรียกว่า คนนรก
ผู้หาบุญจะกระทำบ่มิได้ และเมื่อแต่ก่อนและเกิดมาเป็นคนเข็ญใจยากจนนักหนา อดอยากไม่มีกิน รูปโฉมก็ขี้เหร่ พวกนี้เรียกว่า คนเปรต
คนที่ไม่รู้จักบาปและบุญ ไม่มีความเมตตากรุณา ไม่มีความยำเกรงผู้ใหญ่ ไม่รู้จักปฏิบัติพ่อแม่ครูอาจารย์ ไม่รักพี่รักน้อง กระทำบาปอยู่ร่ำไป พวกนี้ท่านเรียกว่า คนเดรัจฉาน
คนที่รู้จักบาปและบุญ รู้กลัวรู้ละอายแก่บาป รู้รักพี่รักน้อง รู้กรุณาคนยากจนเข็ญใจ และรู้จักยำเกรงพ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่ครูอาจารย์ และรู้จักคุณแก้ว 3 ประการ คือ พระรัตนตรัย พวกนี้ท่านเรียกว่ามนุษย์ sad smile

#104 By นางสาวพรนัชชา แสงศรี เลขที่ ๓๐ ชั้น ม.๕/๑๐ (124.121.206.181) on 2008-11-03 16:19

สวัสดีค่ะอาจารย์ มารายงานตัวแล้วนะคะ
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงจากบล็อกของอาจารย์และจากที่ได้อ่านเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนแล้ว ก่อนอื่นต้องขอถวายความชื่นชมในพระปรีชาสามารถของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ หรือพญาลิไท ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ แม้สำนวนภาษาที่ใช้ในตอนนั้นจะฟังดูแปลกไปจากปัจจุบันมาก แต่ผู้อ่านก็สามารถจินตนาการและเข้าใจในแนวคิดที่ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน เช่นการพรรณนาถึงลักษณะของผู้หญิงในแผ่นดินอุตรกุรุทวีป ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในกามภูมิไว้อย่างงดงาม ว่า” ...แลเห็นดวงหน้าเขาใสดุจพระจันทร์อันเพ็งบูรณ์นั้น เขานั้นมีตาอันดำดังตาแห่งลูกทรายพึ่งออกได้ ๓ วัน ที่บูรณ์ขาวก็ขาวงามดังสังข์อันท่านพึ่งฝนใหม่ แลมีฝีปากนั้นแดงดังลูกฝักข้าวอันสุกนั้น แลมีลำแข็งลำขานั้นงามดังลำกล้วยทองฝาแฝดนั้นแล...” เป็นต้น
ไตรภูมิพระร่วง เนื้อเรื่องได้กล่าวถึงภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ โดยแต่ละภูมิก็มีการแบ่งแยกออกไปอีก โดยแต่ละชั้นก็ล้วนมีลักษณะแตกต่างกันไป ตามแต่บุญแต่กรรมของผู้ที่อยู่ในภูมินั้น ๆ การแบ่งภูมิออกเป็นชั้น ๆ เช่นนี้ ทำให้ผู้อ่านได้เห็นข้อแตกต่างและผลของการกระทำที่แตกต่างกันไปและเข้าใจได้ว่าการทำชั่วจะนำเราไปสู่สถานที่ที่มีแต่ความลำบาก ต้องทุกข์ทรมาน แต่หากเราเลือกที่จะทำดี ก็จะเป็นหนทางที่จะพาเราไปยังสถานที่ที่สะดวกสบาย มีความสุข ดังเช่นประชาชนที่อยู่ในแผ่นดินอุตรกุรุทวีป แผ่นดินที่ดีที่สุดในกามภูมิ ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุขเพราะพวกเขามีศีลธรรมนั่นเอง อีกลักษณะหนึ่งที่เกิดในแผ่นดินนี้คือการที่พ่อแม่ไม่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูก ไม่ต้องรู้จักกัน แม้ตายจากกันก็ไม่เสียใจ ในส่วนนี้ข้าพเจ้าอยากจะขอแสดงความคิดเห็นว่า ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะต้องการสื่อให้ผู้อ่านเห็นว่าคนเราเกิดมาเมื่อมีรัก หรือความผูกพันก็ย่อมมีความเสียใจเมื่อมีการพลัดพราก แม้ว่าการกตัญญูต่อพ่อแม่จะเป็นเรื่องที่สมควรปฏิบัติก็ตาม คนเหล่านั้นละแล้วซึ่งกิเลศตัณหา และดำรงตนอยู่ในศีล
นับว่าโชคดีนักที่เรามีสิ่งที่บรรพบุรุษได้มอบไว้ให้ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึงคำสั่งสอนมากมาย และแม้ว่าความเจริญทางวัตถุในโลกปัจจุบันจะก้าวหน้าไปมากเพียงไร แต่เมื่อคนเรามีศีลธรรมอยู่ในใจ สังคมก็จะสงบสุขดังเช่นแผ่นดินอุตรกุรุทวีป



#103 By น.ส.สุนิสา คนหลัก ม.๕/๒ เลขที่ ๑๓ (119.42.65.146) on 2008-11-03 15:37

เป็นบทสอนที่สามารถสอนคนให้นึกถึงความดี และละเว้นความชั่วได้อาจจะเป็นวรรณคดีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้แต่ในใจของเรานั้นก็สามารถไตร่ตรองไดว่าสิ่งใดถูกต้องควรทำและสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องไม่ควรที่จะทำเมื่อข้าพเจ้าได้อ่านแล้วทำให้เกิดแรงบัลดาลใจที่จะทำความดีและละเว้นจากความชั่ว

#102 By นายศุภชัย เอี่ยมจิตเมตตา ม.๕/๑ เลขที่ ๑ (124.121.209.97) on 2008-11-03 15:19

วรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วง ได้แสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการทำความดี และการทำบาปทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงบุญและบาปที่ได้กระทำ โดยผ่านเนื้อเรื่องของนรก และสวรรค์เมื่อผู้อ่านได้รู้และได้อ่านแล้วอาจจะเปรียบความดีที่ทำคือสวรรค์ และเปรียบบาปที่ได้กระทำคือนรก มนุษย์เราก็อาจจะมีทั้งความดี และความไม่ดีอยู่ในตัว บุญและบาปที่ได้กระทำมาอาจจะไม่จำเป็นต้องรอให้เห็นถึงภูมิหน้าเราอาจจะได้รับในภูมินี้ก็ได้ ซึ่งเมื่อได้อ่านแล้วจะมีความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับบุญ และบาปมากยิ่งขึ้น วรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วงจึงเป็นเรื่องที่แฝงข้อคิดไว้มากมาย อาจทำให้ผู้ที่อ่านได้กระทำความดี และทำบุญมากขึ้น นอกจากนั้นอาจจะละเว้นการทำความชั่วและการทำบาปอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่กระทำนั้นจะส่งผลที่ดีให้กับตัวเอง

#101 By น.ส.หทัยชนก ปลื้มเกษร ม.๕/๑ เลขที่ ๔๑ (124.120.247.28) on 2008-11-02 21:39

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องนี้แล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่า เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้เป็นเรื่องที่มาจากจินตนาการของผู้แต่ง ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกนั้นจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีหรือไม่ แต่ในอีกความรู้สึกหนึ่งกลับคิดว่า เรื่องนี้เป้นเรื่องที่อ้างอิงจากหลักธรรมที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว (หรือเปล่า)โดยได้บรรยายถึงสรรค์ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกคนเข้าใจกันว่า ถ้าเราทำดี เราก็จะได้ไปอยู่ที่สวรรค์ เป็นสถานที่ที่น่าอยู่รื่นรมย์ และได้บรรยายสภาพในนรกซึ่งเป็นที่ที่เราเข้าใจว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่มี เราก็จะได้ไปอยู่ในนรก ที่ซึ่งมีแต่ความทุกทรมาน ร้อนเป็นไฟ การถูกลงโทษ เจ็บปวด โหยหวน เป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่า เรื่องดีๆอย่างงี้ ทำไมคนเราไม่นำมาคิดใช้กับตัวเราเอง ถ้าคนเราคิดว่านรกนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว คงมีคนที่ทำบาปน้อยลง แต่ในปัจจุบันนี้ กลับมีคนทำบาปมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยในปัจจุบันนั้นขาดคุณธรรมขนาดไหนแล้ว ยังไงก็หยุดเถอะค่ะ เพื่อตัวของท่านเอง และยมบาลที่ทำงานในนรก ให้พวกเขาได้พักเถอะค่ะ คนเราเหนื่อยยังได้พัก แต่ยมบาลเหนื่อยแต่กลับพักไม่ได้ เพราะยังมีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่ นั้นก็คือ การลงโทษผู้กระทำความผิด

#100 By น.ส.กิตติพร ครรชิตวัฒนา ม.๕/๑ เลขที่ ๓๒ (124.120.239.118) on 2008-11-02 21:24

เมื่อข้าพเจ้าอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงจบ ข้าพเจ้าว่าการที่เราก่อกรรมกับผู้อื่น ทำให้เขาเป็นทุกข์แม้เราจะไม่ได้รับผลกรรมขณะที่ยังมีชีวิตอยู่แต่สุดท้ายเราก็ต้องไปรับผลกรรมในนรกอยู่ดียังไงเราก็คงหนีเวรกรรมไม่พ้นความรู้ที่ข้าพเจ้าถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กคือ เมื่อเราทำสิ่งใดไว้กับคนอื่นอย่างไรเราก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบกลับมาเช่นกัน และแม่ข้าพเจ้าเคยบอกว่าหากข้าพเจ้าไปหยิบของของคนอื่นโดยไม่ได้ขออนุญาติเจ้าของ หากตายไปก็จะต้องตกนรกที่มียมบาลถือขวานคอยตัดมือคนที่ขโมย หรือถ้าพูดโกหก ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ด่าว่า ทุบตีบุพการีนั้นเมื่อตายแล้วก็จะเป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม กินอะไรไม่ได้นอกจากเสมหะหรือนำลายของตนเองเท่านั้น และมือ เท้าจะใหญ่เท่าใบลาน ตอนแรกที่แม่บอกข้าพเจ้ายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่าทำกรรมแล้วจะตกนรก ข้าพเจ้าก็เห็นคนชั่วบางคนที่ขโมยเงิน ทองแล้วมันก็ไม่เห็นโดนตำรวจจับไปรับโทษเลยหรือจับไปแล้ว ๑-๒ วันก็ปล่อยออกมา แต่คนที่ทำความดีแทบตายบางคนก็ไม่มีใครเห็นความดีที่เขาทำสักนิด แต่เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้นและได้เห็นตัวอย่างมามากข้าพเจ้าก็เชื่อว่าเวรกรรมมีจริงๆ อย่างคนที่กินเหล้า สูบบุหรี่อาจไม่ต้องรอให้เขาตกนรกแล้วยมบาลจะเอานำทองแดงให้กินหรอก เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่เขาก็จะเป็นมะเร็งปอด ตับแข็งตายไปเอง ระหว่างนั้นเขาคงทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น และยังทำให้ญาติๆเขาเดือดร้อนต้องกู้หนียืมสินมารักษาเขาอีกยังเป็นการเพิ่มบาปให้ตัวเองด้วย wink บางคนที่ทำความดีนั้นข้าพเจ้าก็เคยเห็นเขาได้รับผลความดีตอบแทนเหมือนกัน คือคนที่ทำดีกับพ่อ แม่ของตน ไม่ทำให้ท่านทุกข์ใจ เมื่อเขาจะทำอะไรก็ประสบแต่ความสำเร็จและเจริญ big smileข้าพเจ้าคิดว่าเวรกรรมนั้นจะมีจริงหรือไม่มีจริงอยู่ที่ใจเราต่างหาก เพียงแค่เราคิดดี ทำดีกับตัวเองและผู้อื่น เราก็จะมีความสุข big smile

#99 By ดาวประกาย เถื่อนวิถี ม.๕/๑ เลขที่ ๓๔ (124.121.219.23) on 2008-11-02 20:47

แก้จากความคิดเห็นบนนะค่ะ
จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงพอสังเขปแล้วข้าพเจ้ารู้สึกว่าเนื้อหาของเรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นบทประพันธ์ที่ผู้แต่งได้ประพันธ์ขึ้นโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับความเชื่อของชาวพุทธ แม้ว่าจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า นรก – สวรรค์ นั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ข้าพเจ้าได้ข้อคิดมากมายจากการอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงและคิดว่าผู้อ่านท่านอื่นก็จะได้ข้อคิดมากมายเช่นกัน เพราะผู้ประพันธ์ได้ใช้ นรก – สวรรค์เป็นเครื่องเตือนใจให้กับผู้อ่านโดยใช้การบรรยายความเลวร้ายความทุกข์ทรมารความเจ็บปวดของผู้คนที่ได้เข้าไปในนรกและบรรยายความสุขสบายของสวรรค์ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ขึ้นอยู่กับผลของการกระทำที่ตนก่อขึ้นเองถ้าทำดีก็ได้ขึ้นสวรรค์ถ้าทำชั่วก็ต้องตกนรก ซึ่งเมื่อผู้อ่านอ่านจบก็อาจจะทำให้ตระถึงการทำความดีความชั่วและหันมาทำแต่ความดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์กันทุกคนsurprised smile

#98 By นางสาวนันท์นภัส มนต์มธุรพจน์ เลขที่ ๒๗ ม.๕/๑ (61.90.75.140) on 2008-11-02 20:47

#97 By นางสาวหทัยชนก ปลื้มเกษร (124.120.247.28) on 2008-11-02 20:41

จากเรื่องไตรภูมิพระร่วงพอสังเขปแล้วข้าพเจ้ารู้สึกว่าเนื้อหาของเรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นบทประพันธ์ที่ผู้แต่งได้ประพันธ์ขึ้นโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับความเชื่อของชาวพุทธ แม่ว่าจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า นรก – สวรรค์ นั้นจะมีอยู่จริง ข้าพเจ้าได้ข้อคิดมากมายจากการอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงและคิดว่าผู้อ่านท่านอื่นก็จะได้ข้อคิดมากมายเช่นกัน เพราะผู้ประพันธ์ได้ใช้ นรก – สวรรค์เป็นเครื่องเตือนใจให้กับผู้อ่านโดยใช้การบรรยายความเลวร้ายความทุกข์ทรมารความเจ็บปวดของผู้คนที่ได้เข้าไปในนรกและบรรยายความสุขสบายของสวรรค์ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ขึ้นอยู่กับผลของการกระทำที่ตนก่อขึ้นเองถ้าทำดีก็ได้ขึ้นสวรรค์ถ้าทำชั่วก็ต้องตกนรก ซึ่งเมื่อผู้อ่านอ่านจบก็อาจจะทำให้ตระถึงการทำความดีความชั่วและหันมาทำแต่ความดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์

#96 By นางสาวนันท์นภัส มนต์มธุรพจน์ เลขที่ ๒๗ ม.๕/๑ (61.90.75.140) on 2008-11-02 20:40

เรื่องที่ดีมากทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงควายดีความชั่วทำให้คนเกรงที่จะทำชั่วมากขึ้นและหันมาทำความดีกันมากขึ้น

#95 By here (124.120.245.240) on 2008-11-02 20:04

หลังจากที่ได้อ่านวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วงชิ้นนี้แล้ว ทำให้รู้สึกถึงว่าการทำดีเป็นสิ่งที่ควรกระทำมากกว่าสิ่งไหน ๆ เพราะความดีที่เราก่อขึ้นมานั้นจะส่งผลดีต่อตัวเอง รวมไปถึงคนที่อยู่รอบข้างตัวเราด้วย แม้การกระทำจะไม่ได้รับคำชมเชยแต่ก็ทำให้เรามีความสุขได้ด้วยตัวของเราเอง การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นก็ประเสริฐที่สุดแล้ว ควรที่กระทำแต่สิ่งที่ดี ๆ มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป เพราะการทำบาปจะทำให้ผู้ถูกกระทำเดือดร้อน และไม่ได้ทำให้เราหรือแม้กระทั่งคนที่รักเรามีความสุขเลย เมื่อเราปฏิบัติไม่ดีผลกรรมที่เราทำไว้ในขณะที่เป็นมนุษย์จะส่งผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้า รวมไปถึงหลังความตาย กรรมไม่ดีนั้นก็ว่าด้วยความโลภ กิเลสตัณหาต่าง ๆ การกระทำที่ออกมาจากเราจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตัวเราที่จะเลือกทำ
ถึงแม้ว่าลักษณะภาษาที่อ่านจะไม่คุ้ยเคยในปัจจุบันเพราะเป็นภาษาไทยโบราณและมีคำศัพท์ทางศาสนารวมอยู่ด้วย ได้อรรถรถในการอ่าน มีความสละสลวยของภาษาอยู่ในตัวของมันเอง ในขณะที่อ่านก็สามารถจินตนาการไปตามเนื้อหาได้อย่างน่าติดตาม
และแม้ว่าการกระทำของเราจะไม่ส่งผลในชาตินี้แต่มันต้องย้อนกลับมาหาเราอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นการได้รับผลในชาตินี้ หลังจากความตาย หรือในชาติหน้าก็ตาม

#94 By น.ส.ศุภลักษณ์ ดาทอง ม.๕/๒ เลขที่ ๒๖ (124.120.208.128) on 2008-11-02 19:55