ไตรภูมิพระร่วง

 

 

 บทนำ                

 

                    ไตรภูมิพระร่วง เดิมเรียกว่า เตภูมิกถา หรือ ไตรภูมิกถา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเปลี่ยนชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น ไตรภูมิพระร่วง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระร่วงจ้าแห่งกรุงสุโขทัยให้คู่กับหนังสือสุภาษิตพระร่วง 


                    หอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับไตรภูมิพระร่วงมาจากจังหวัดเพชรบุรี เป็นใบลาน ๑๐ ผูก  จารด้วยอักษรขอมในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  พระมหาช่วย วัดปากน้ำ (วัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ ในปัจจุบัน) เป็นผู้จาร   หอพระสมุดวชิรญาณ ได้ถอดความออกเป็นอักษรไทย โดยมิได้แก้ไขถ้อยคำไปจากต้นฉบับเดิม

 

ผู้แต่ง

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่สำคัญเล่มหนึ่ง ในสมัยสุโขทัย ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนไทยมาก  พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) ได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นหลังจากที่ทรงผนวชแล้ว และขึ้นครองราชย์ได้ ๖ ปี  ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖


                    พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งกรุงสุโขทัย ขึ้นครองราชย์ต่อจากพญางัวนำถม  จากหลักฐานในศิลาจารึกวัดมหาธาตุ พ.ศ. ๑๙๓๕ หลักที่ ๘ ข.  ค้นพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙  เมื่อพญาเลอไทสวรรคต  ใน พ.ศ. ๑๘๘๔  พญางัวนำถมได้ขึ้นครองราชย์  ต่อมาพญาลิไทยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติ และขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ ทรงพระนามว่า  พระเจ้าศรีสุริยพงสรามมหาธรรมราชาธิราช  ในศิลาจารึกมักเรียกพระนามเดิมว่า พญาลิไท หรือเรียกย่อว่า พระมหาธรรมราชาที่ ๑  เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๑๙๑๑ 


                    พญาลิไท ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา  ทรงอาราธนาพระเถระชาวลังกาเข้ามาเป็นสังฆราชในกรุงสุโขทัย  ได้สละราชสมบัติออกทรงผนวชที่วัดป่ามะม่วง นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก  พญาลิไททรงมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก  ทรงสนพระทัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก และทรงพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ  เช่น สร้างถนนพระร่วง ตั้งแต่เมืองศรีสัชนาลัยผ่านกรุงสุโขทัยไปถึงเมืองนครชุม (กำแพงเพชร)  บูรณะเมืองนครชุม  สร้างเมืองสองแคว (พิษณุโลก) เป็นเมืองลูกหลวง และสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ ที่ฝีมือการช่างงดงามเป็นเยี่ยม 


                    งานพระราชนิพนธ์ของพญาลิไท ได้แก่ ไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถาศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงและศิลาจากรึกวัดศรีชุม เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆการสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  การผนวชที่วัดป่ามะม่วง เป็นต้น

 

จุดมุ่งหมายในการแต่ง

                    มี  ๒ ประการ  เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรมกตัญญูประการหนึ่ง  อีกประการหนึ่ง เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจพุทธศาสนา และช่วยกันดำรง
พุทธศานาไว้ให้มั่นคง

 

ลักษณะคำประพันธ์

                    ร้อยแก้ว ประเภทความเรียงสำนวนพรรณนา

 

เนื้อหา

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีพุทธศาสนา ที่พญาลิไททรงรวบรวมเนื้อหาสาระจากคัมภีร็ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์  จึงจัดได้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์ประเภทค้นคว้ารวบรวมที่ดีเล่มหนึ่ง  เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี  มีบานแพนกบอกชื่อผู้แต่ง  วันเดือนปีที่แต่ง  ชื่อคัมภีร์ต่าง ๆ  บอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง  แล้วจึงกล่าวถึงภูมิทั้ง ๓  คำว่า เตภูมิ หรือ ไตรภูมิ  แปลว่า สามแดน  คือ  กามภูมิ  รูปภูมิอรูปภูมิ  ทั้ง ๓ ภูมิ แบ่งออกเป็น ๘ กัณฑ์ (กัณฑ์ = เรื่อง,หมวด,ตอน)


๑. กามภูมิ 

                    เป็นที่กำเนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังลุ่มหลงอยู่ในกามเป็นแดนสุขสบายและแดนที่เป็นทุกข์ปะปนกัน  ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ในกามภูมิ เพราะผลกรรมของตนเป็นใหญ่กามภูมิแบ่งออกเป็น ๑๑ ภูมิ  ได้แก่  อบายภูมิ ๔  ภูมิ  มนุษย์ ๑ ภูมิ และสวรรค์ ๖ ภูมิ  การพรรณนากามภูมิแบ่งออกเป็น ๖ กัณฑ์

๑.๑  นรกภูมิ   เป็นแดนของสัตว์นรก
๑.๒  ดิรัจแนภูมิ   เป็นแดนของสัตว์ที่เจริญตามขวาง
๑.๓  เปตภูมิ   เป็นแดนของเปรตที่เคยเป็นมนุษย์และทำความชั่ว เกิดเป็นเปรต
๑.๔  อสุรกายภูมิ   เป็นแดนของยักษ์มารหรือผีที่หลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว
๑.๕  มนุสสภูมิ   เป็นแดนของมนุษย์
๑.๖  ฉกามาพจร   เป็นแดนของเทวดาที่ยังเกี่ยวข้องในกาม มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์     ยามะ  ดุสิต  นิมมานรดี  ปรนิมมิตวสวดี

๒.  รูปภูมิ

                    หรือรูปาวจรภูมิ  เป็นที่อยู่ของพรหมมีรูป  เรียกว่า รูปพรหม  ไม่มีเพศ  มีรูปงามบริสุทธิ์  มีแสง   สว่างรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง มีเสียงไพเราะ และมีอายุยืนหลายพันปีทิพย์ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น  (โสฬสพรหม) จำแนกออกตามชั้นของฌานที่บุคคลได้บรรลุ  เรียงลำดับ ดังนี้ ปริสัชชา ปโรหิตตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมานาภาอาภัสสรา ปริตตาสุภา อัปปมาณาสุภา สุภกิณาหา เวหัปผลา อสัญญิสัตตาอเวหา ตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐา  รูปภูมิที่เรียกว่า มหาสุทธาวาส คือรูปภูมิ ๕ ชั้นสุดท้าย (ชั้นที่ ๑๑-๑๖)  เป็นภูมิที่ไม่ถูกทำลายด้วยไฟบรรลัยกัลป์

๓.  อรูปภูมิ

                    หรืออรูปาวจรภูมิ  เป็นแดนของพรหมไม่มีรูป  มีแต่จิตเท่านั้น  แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น  ได้แก่ อากาสานัญจายตนภูมิวิญญาณัญจายตนภูมิ อากิญจัญญายตนภูมิ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ 

                    หนังสือเล่มนี้กล่าวเริ่มต้นตั้งแต่การกำเนิของชีวิตต่าง ๆ ว่ามีที่เกิดอย่างไร  แล้วพรรณนาถิ่นที่เกิด คือ ภูมิต่าง ๆ ทั้ง ๓๑ ภูมิ อย่างละเอียดตอนที่ว่าด้วยมนุสสภูมิและโลกสัณฐาน คือภูมิศาสตร์ของโลก  ได้เล่าอย่างละเอียดว่า  ลักษณะของโลกเป็นอย่างไร  ทวีปต่าง ๆ ภูเขา  แม่น้ำคน และสัตว์เป็นอย่างไร  หนังสือเล่มนี้จบลงด้วยการเน้นทางไปถึงการดับทุกข์ คือ พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของชีวิต

 

ลักษณะเด่น

                    หนังสือไตรภูมิพระร่วง ถึงแม้ว่าเป็นวรรณคดีโบราณที่ใช้ภาษาไทยแบบเก่า และมีศัพท์ทางพระพุทธศาสนาปะปนอยู่มาก  ทำให้ยากแก่การอ่านสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางพุทธศาสนามาก่อนก็ตาม  แต่สำนวนพรรณนาที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้มีความแจ่มแจ้ง ไพเราะ ช่วยให้เกิดจินตภาพหลายตอน  และทำให้เกิดความรู้สึกคล้อยตามไปด้วยเช่น  ตอนพรรณนาถึงความน่ากลัวในนรกภูมิ  และความสุขสบายในสวรรค์ เป็นต้น  ทุก ๆ ตอนที่กล่าวถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ได้ทรงอธิบายตอนนั้นอย่างละเอียด  กระบวนพรรณนาที่แจ่มแจ้งแลเห็นจริงจังอันควรยกมาเป็นตัวอย่าง  เช่น  ตอนพรรณนาลักษณะของเปรต  ได้กล่าวเอาไว้ชัดเจน ดังนี้

                    " เปรตลางจำพวก ตัวเขาใหญ่ ปากเขาน้อยเท่ารูเข็มนั้นก็มี  เปรตลางจำพวกผอมหนักหนา  เพื่ออาหารจะกินบมิได้  แม้ว่าจะขอดเอาเนื้อน้อย ๑ ก็ดี  เลือดหยด ๑ ก็ดี  บมิได้เลย  เท่าว่ามีแต่กระดูกและหนังพอกกระดูกภายนอกอยู่ไส้  หนังท้องนั้นเหี่ยวติดกระดูกสันหลังแล ตานั้นลึกและกลวงดังแสร้งควักเสีย  ผมเขานั้นยุ่งรุ่ยร่ายลงมาปกปากเขา  มาตรว่าผ้าร้ายน้อยหนึ่งก็ดี และจะมีปกกายเขานั้นก็หามิได้เลย  เทียรย่อมเปลือยอยู่  ชั่วตนเขานั้นเหม็นสาบพึงเกลียดนักหนาแลเขานั้นเทียรย่อมเดือดเนื้อร้อนใจเขาแล  เขาร้องไห้ร้องครางอยู่ทุกเมื่อแล  เพราะว่าเขาอยากอาหารนักหนาแล "

 

คุณค่าของหนังสือ

๑.  ด้านภาษาและสำนวนโวหาร  

                    เป็นวรรณคดีเล่มแรกที่เรียบเรียงในลักษณะการค้นคว้าจากคัมภีร์ต่าง ๆ ถึง ๓๐คัมภีร์   จึงมีศัพท์ทางศาสนาและภาษาไทยโบราณอยู่มาก  สามารถนำมาศึกษาการใช้ภาษาในสมัยกรุงสุโขทัย  ตลอดจนสำนวนโวหารต่าง ๆ ไตรภูมิพระร่วงมีสำนวนหนักไปในทางศาสนาโวหารและพรรณนาโวหาร  ผูกประโยคยาว และใช้ถ้อยคำพรรณนาดีเด่น สละสลวยไพเราะ  ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านอารมณ์สะเทือนใจและให้จินตภาพหรือภาพในใจอย่างเด่นชัด  เช่น  " บ้างเต้นบ้างรำบ้างฟ้อน ระบำบันลือเพลงดุริยดนตรี  บ้างดีดบ้างสีบ้างตีบ้างเป่า  บ้างขับศัพท์สำเนียง  หมู่นักคุณจุณกันไปเดียรดาษพื้น  ฆ้องกลองแตรสังข์ระฆังกังสดาลมโหระทึกกึกก้องทำนุกดี  ที่มีดอกไม้อันตระการ่ต่าง ๆ สิ่ง มีจวงจันทน์กฤษณาคันธาทำนอง  ลบองดังเทพยดาในเมืองฟ้า  สนุกนี้ทุกเมื่อบำเรอกันบมิวาย "

๒.  ด้านความรู้ 

        ๒.๑  ด้านวรรณคดี ทำให้คนชั้นหลังได้รับความรู้ทางวรรณคดี อันเป็นความคิดของคนโบราณ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของวรรณคดีไทย เช่น พระอินทร์ แท่นบัณพุกัมพล ช้างเอราวัณ เขาพระสุเมรุ ป่าหิมพานต์ต้นปาริชาติ ต้นนารีผล นรก สวรรค์ เป็นต้น

        ๒.๒  ด้านภูมิศาสตร์  เป็นความรู้ทางภูมิศาสตร์ของคนโบราณ
โดยเชื่อว่าโลกมีอยู่ ๔ ทวีป  ได้แก่  ชมพูทวีป  บุรพวิเทหทวีป อุตตรกุรุทวีป และอมรโคยานทวีป  โดยมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง

๓.  ด้านสังคมและวัฒนธรรม

        ๓.๑  คำสอนทางศาสนา  ไตรภูมิพระร่วงสอนให้คนทำบุญละบาป  เช่น  การทำบุญรักษาศีลเจรฐสมาธิภาวนาจะได้ขึ้นสวรรค์การทำบาปจะตกนรก  แนวความคิดนี้มีอิทะพลเหนือนจิตใจของคนไทยมาช้านาน เป็นเสมือนแนวการสอนศีลธรรมของสังคม ให้คนปฏิบัติชอบซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม

        ๓.๒  ค่านิยมเชิงสังคม  อิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ให้ค่านิยมเชิงสังคมต่อคนไทย  ให้ตั้งมั่นและยึดมั่นในการเป็นคนใจบุญ มีเมตตากรุณา รักษศีล บำเพ็ญทาน รู้จักเสียสละ เชื่อมั่นในผล  แห่งกรรม

        ๓.๓  ศิลปกรรม  จิตรกรนิยมนำเรื่องราวและความคิดในไตรภูมิพระร่วงไปเขียนภาพสีไว้ในโบสถ์วิหาร  โดยจะเขียนภาพนรกกไว้ที่ผนังด้านล่างหรือหลังองค์พระประธาน  และเขียนภาพสวรรค์ไว้ที่ผนังเบื้องบนรอบโบสถ์วิหาร

๔.  ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น

                    มีหนังสืออ้างอิงทำนองไตรภูมิพระร่วง ที่มีผู้แต่งเลียนแบบอีกหลายเล่ม เช่น จักรวาลทีปนี ของ พระสิริมังคลาจารย์แห่งเชียงใหม่ไตรภูมิโลกวินิจฉัย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเล่าเรื่องไตรภูมิ  เป็นต้น 


                   ไตรภูมิพระร่วงมีอิทธิพลสำคัญต่อแนวคิดของกวีรุ่นหลัง  โดยนำความคิดในไตรภูมิพระร่วงสอดแทรกในวรรณคดีต่าง ๆ เช่น  ลิลิตโองการแช่งน้ำ  มหาเวสสันดรชาดก  รามเกียรติ์  กากีคำกลอนขุนช้างขุนแผน  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ลิลิตโองการแช่งน้ำ   กล่าวถึงไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก

" นานาอเนกน้าวเดิมกัลป์                จักร่ำจักรพาฬหเมื่อไหม้
   กล่าวถึงตะวันเจ็ดอันพลุ่ง             น้ำแล้งไข้ขอดหาย "

รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑  กล่าวถึงทวีปทั้ง  ๔  ว่า

" สำแดงแผลงฤทธิ์ฮีกฮัก                 ขุนยักษ์ไล่ม้วนแผ่นดิน
   ชมพูอุดรกาโร                               อมรโคยานีก็ได้สิ้น "

รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒  กล่าวถึงปลาอานนท์

" เขาสุเมรุเอนเอียงอ่อนละมุน   อานนท์หนุนดินดานสะท้านสะเทือน "

กากีคำกลอน  กล่าวถึงแม่น้ำสีทันดร

" .......................................              ในสาครลึกกว้างกลางวิถี
 แม้จะขว้างหางแววมยุรี                  ก็จมลงถึงที่แผ่นดินดาน
 อันน้ำนั้นสุขุมละเอียดอ่อน             จึงชื่อสีทันดรอันใสสาร
ประกอบด้วยมัจฉากุมภาพาล          คชสารเงือกน้ำและนาคิน "

ขุนช้างขุนแผน  กล่าวถึงป่าหิมพานต์

" ม่านนี้ฝีมือวันทองทำ                    จำได้ไม่ผิดนัยน์ตาพี่
  เส้นไหมแม้นเขียนแนบเนียนดี       สิ้นฝีมือแล้วแต่นางเดียว
  เจ้าปักเป็นป่าพนาเวศ                     ขอบเขตเขาคลุ้มชอุ่มเขียว
 รุกขชาติดาดใบระบัดเรียว               พริ้งเพรียวดอกดกระดะดวง
 ปักเป็นมยุราลงรำร่อน                     ฟ่ายฟ้อนอยู่บนยอดภูเขาหลวง
 แผ่หางกางปีกเป็นพุ่มพวง               ชะนีหน่วงเหนี่ยวไม้ชะม้อยตา
 ปักเป็นหิมพานต์ตระหง่านงาม        อร่ามรูปพระสุเมรุภูผา
 วินันตกอัสกรรณเป็นหลั่นมา           การวิกอิสินธรยุคุนธร "

ตัวอย่างจากเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง

 

 

โลหสิมพลีนรก

                    " นรกบ่าวถัดนั้นอันคำรบ ๑๕  ชื่อ โลหสิมพลีนรก  ฝูงชนอันทำชู้ด้วยเมียท่านก็ดี    แลผู้หญิงอันมีผัวแล้วแลทำชู้จากผัวก็ดี  คนฝูงนั้นตายไปแล้วไปเกิดในนรกนั้น ๆ มีป่าไม้งิ้วป่า ๑ หลายต้นนักแล  ต้นงิ้วนั้นสูงได้แลโยชน์  แลหนามงิ้วนั้นเทียรย่อมเหล็กแดงเป็นเปลวสุกอยู่
แลหนามงิ้วนั้นยาวได้ ๑๒ นิ้วมือ  เป็นเปลวไฟลุกอยู่ห่อนจะรู้ดับสักคาบแล  ในนรกนั้นเทียรย่อมฝูงหญิงฝูงชายหลายแล  คนฝูงนั้นเขาได้รักใคร่กันดังกล่าวมาดุจก่อนนั้นแล  ลางคาบผู้หญิงอยู่บนปลายงิ้ว  ผู้ชายอยู่ภาคต่ำ  ฝูงยมบาลเขาก็เอาหอกดาบหลาวแหลน อันคมเทียรย่อมเหล็กแดง แทงตีนผู้ชายนั้น  จำให้ขึ้นไปหาผู้หญิงชูของสู อันอยู่บนปลายงิ้วโพ้นเร็วอย่าอยู่  แลฝูงผู้ชายทนเจ็บบมิได้จึงปีนขึ้นไปบนต้นงิ้วนั้นครั้นว่าขึ้นไปไส้  หนามงิ้วบาดทั่วตนเขาขาดทุกแห่ง แล้วเป็นเปลวไหม้ตนเขา ๆ อดบมิได้จึงบ่ายหัวลงมา  ฝูงยมบาลก็เอาหอกแทงซ้ำเล่าร้องว่าสูเร่งขึ้นไปหาชู้สูที่อยู่บนปลายงิ้วโพ้น  สูจะลงมาเยียใดเล่า  เขาอดเจ็บบมิได้  เขาเถียงยมบาลว่า  ตูมิขึ้นไป  เขาก็มิขึ้นไป  แลหนามงิ้วบาดทั่วทั้งตัวเขา ๆ เจ็บปวดนักหนาดังใจเขาจะขาดตาม  แลเขากลัวฝูงยมบาล  เขาจึงขึ้นไปเถิงปลายงิ้วนั้น  ครั้นจะใกล้เถิงผู้หญิงผู้เป็นชู้สูอันอยู่บนปลายงิ้วนั้นเล่า  แลว่าเมื่อเขาขึ้นลงหากันดังนั้นหลายคาบหลายคราลบากนักหนาแล "

 

จาตุมหาราชิกาสวรรค์

  

                          " แต่แผ่นดินเราอยู่นี้ขึ้นไปเบื้องบนได้ ๓๒๖,๐๐๐,๐๐๐  วาผิจะนับด้วยโยชน์ได้  ,๖๐๐ โยชน์ไส้  ว่าจิงได้เถิงชั้นฟ้าอันชื่อ  จาตุมหาราชิกา  ภูมิอันตั้งอยู่เหนือจอมเขายุคนธรฝ่ายตะวันตกตะวันออกก็ดี  ฝ่ายหนทักษิณเขาพระสิเนรุราช  มีเมืองใหญ่เทพยดาอยู่ ๔ เมือง  โดยกว้างโดยยาวเมืองนั้นใหญ่ได้ ๔๐๐,๐๐๐ วา  รอบนั้นเทียรย่อมกำแพงทอง  ประดับด้วยแก้ว ๗ประการ  แลกำแพงอันรอบนั้นโดยสูงได้ ๘,๐๐๐ วา  บานประตูนั้นเทียรย่อมแก้ว  แลมีปราสาททองอยู่เหนือประตูนั้นทุกอัน  ในเมืองนั้นเทียรย่อมปราสาทแก้ว  ฝูงเทพยดาอยู่ใน  แผ่นดินนั้นเป็นแผ่นดินทองพรายงามราบนักหนาดังหน้ากลอง  แลอ่อนดังฝูกผ้า  แลแก้วนั้นเมื่อเหยียบลงอ่อนสน่อยแล้วก็เต็มขึ้นมาเล่า  บ่มิเห็นรอยตีนเลย  นอกนั้นมีน้ำใสกว่าแก้ว  แลมีดอกบัวบาน ๕ สิ่ง  ในสระนั้น  น้ำนั้นหอมดั่งแสร้งอบ  แลมีพรรณดอกไม้อันงาม  แลมีต้นไม้อันประเสริฐ งาม  มีลูกอันประเสริฐ  แลมีโอชารสอันยิ่ง  แลไม้ฝูงนี้เป็นดอกเป็นลูกทุกเมื่อ  แล่บ่ห่อนจะรู้วายเลยเทพยดาผู้เป็นพระญาแก่เทวดาทั้งหลาย  ฝ่ายตะวันออกเขาสุเนรุราชนั้น ชื่อว่าท้าวธตรฐราช  เป็นพระญาแก่เทพยดาทั้งหลายรอดทั่วทั้งกำแพงจักรวาฬฝ่ายตะวันออกแล   เทพยดาผู้เป็นพระญาแก่เทพยดาแลฝูงครุฑราช  แลฝูงนาคเถิงกำแพงจักรวาฬเบื้องตะวันตก  แลเทพยดาผู้เป็นพระญาฝ่ายทักษิณชื่อ ท้าววิรุฬหกราช เป็นพระญาแก่ฝูงยักษ์อันชื่อกุมภัณฑ์  แลเทพยดาทั้งหลายรอดไปเถิงกำแพงจักรวาฬฝ่ายทักษิณ  แลเทพยดาผู้เป็นพระญาฝ่ายอุดรชื่อ ท้าวไพรศรพณ์มหาราช เป็นพระญาแก่หมู่ยักษ์ทั้งหลาย  แลเทพยดาฝ่ายอุดรทิศเขาพระสิเนรุราชรอดไปเถิงกำแพงจักรวาฬฝ่ายอุดรนั้นแล "

คำสั่ง         

                    เมื่อนักเรียนอ่านเรื่องสังเขปไตรภูมิพระร่วง ข้างต้นนี้แล้ว  ให้นักเรียนแสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็น โดยอ้างอิงถึงความรู้ที่ได้อ่านนี้ หรือค้นคว้าเพิ่มเติม

 

ตัวอย่าง

                    หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า   แม้เนื้อหาของเรื่องนี้ซึ่งได้ประพันธ์ขึ้นโดยอิงจากภูมิรู้ทางธรรม  อาจดูห่างไกลจากการพิสูจน์ หรือจับต้องได้จริงทางวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบัน  แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไตรภูมิพระร่วงได้ฝากข้อคิดไว้แก่ผู้อ่าน  นั่นคือ  การสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอันตรงข้ามกันของ ความดี  และความชั่ว  ซึ่งจากเนื้อหา ผู้ประพันธ์ได้ใช้สัญลักษณ์แทนความดีด้วยการพรรณนาให้ผู้อ่านรู้จักกับสวรรค์  อันมีลักษณะน่ารื่นรมย์  ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิงกับนรกซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความชั่ว อันประกอบไปด้วยความทุกข์ทรมานนานาประการ  ลักษณะตรงกันข้ามนี้ยังคงเป็นความจริงไม่ผันแปรว่า แม้โลกจะได้รับการสร้างสรรค์ให้เจริญไปมากเท่าใด  หากแต่ใจคนยังคงมีทั้งด้านดี  และด้านไม่ดีอยู่เสมอ เมื่อปฏิบัติดี ย่อมได้รับสิ่งที่ดีเป็นผลสะท้อนกลับ  และในขณะเดียวกัน  หากปฏิบัติไม่ดี  ผลไม่ดีย่อมติดตามมาเป็นของคู่กันเหมือนเงาตามตัว  ซึ่งตรงนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการมุ่งกระทำดี และควบคุม หรือลดการกระทำชั่วในชีวิตประจำวันได้

 

 

edit @ 5 Oct 2008 12:09:41 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:00:42 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:11:02 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:21:57 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:26:40 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:32:12 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:38:23 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:41:01 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:42:07 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:43:23 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:46:25 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 01:52:17 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:07:31 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:10:28 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:12:02 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:13:33 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:15:03 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:18:52 by piromwasee

edit @ 7 Oct 2008 02:22:39 by piromwasee

edit @ 26 Oct 2008 01:00:08 by piromwasee

edit @ 26 Oct 2008 01:02:30 by piromwasee

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า จากเนื้อหาของเรื่องได้แสดงให้เห็นถึงความเเตกต่าง ของ ความดี และ ความชั่ว ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งคนที่กระทำความชั่ว ก็จะได้รับผลกรรมของความชั่วแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับผลกรรมที่กระทำมา ส่วนคนที่ ทำความดี ผลที่ได้รับนั้นเเตกต่างกับ คนที่กระทำความชั่วอย่างสิ้นเชิง คนที่กระทำความดีจะมีแต่ความสุขสบาย ปราศจากความทุกข์ใด ๆ ซึ่ง ตรงกับความคิดของข้าพเจ้าที่ได้ยินอยู่เป็นประจำ กับคำกล่าวที่ว่า "ใครทำดีได้ไปสวรรค์ ใครทำชั่วได้ไปนรก" ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษมากขึ้น และคิดได้ว่า ไม่ว่า นรก หรือ สวรรค์ จะมีจริงหรือไม่ การที่เราทำความดี มันก็มีแต่จะก่อให้เกิดผลดีกับตัวเราเอง ไม่มีผลเสียอย่างอื่นเลย ต่างกับที่การที่เราทำความชั่ว ผลที่ตามมา คงไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า อย่างเเรกที่จะเกิดขึ้น คือความทุกใจ สุดท้ายข้าพเจ้าอยากฝากถึง เพื่อนๆ ทุกคนให้ไตร่ตรองให้ดีเวลาจะทำอะไร ให้นึกถึงผลที่จะตามมาก่อนเป็นสำคัญ เท่านี้ เพื่อนๆทุกคนก็จะได้รับแต่ความสุข ทำอะไรก็จะประสบผลสำเร็จ

#201 By นาย อนุชา อ่อนละออ ม.๕/๕ เลขที่ ๑๗ (58.9.33.100) on 2008-11-15 23:33

ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ก็มีความเห็นเกี่ยวกับในเรื่องนี้ว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาสาระเต็มไปด้วยความรู้ทางพระพุทธศาสนามากมาย ได้กล่าวไว้ถึงเรื่องของ นรก สวรรค์ และมนุษย์ ในเรื่องนี้ยังมีการเปรียบเทียบแสดงให้เราได้เห็นถึงความดีความชั่ว บรรยายให้เราได้เห็นความแตกต่างของนรกและสวรรค์ได้อย่างดี ซึ่งเป็นเหมือนการสื่อว่า ถ้าเรากระทำแต่ความดีก็จะได้ไปอยู่ในที่ดีๆ แต่ถ้ากระทำสิ่งไม่ดีเราก็จะได้ไปในที่ๆไม่ดีมีแต่ความน่ากลัว ทุกข์ทรมาน ซึ่งในปัจจุบันเรื่องราวราวนี้ไม่มีการพิสูจน์ แต่ก็มีบางส่วนที่เชื่อ และบางส่วนที่ไม่เชื่อ เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้จึงถือเป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีคุณค่าอย่างมาก อีกทั้งยังถือเป็นเรื่องที่ควรต่อการศึกษา แต่เนื้อหายังมีศัพท์บางคำที่ยังยากต่อการเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าคิดว่าผู้ที่ได้อ่านเรื่องนี้คงมีใจเชื่อในเรื่องนี้บ้างไม่มากก็น้อย และนำมาใช้เป็นแนวทางในการทำความดีต่อไป

#202 By นางสาวกมลรัตน์ ผึ้งแดง ชั้น ม.๕/๕ เลขที่ ๒๓ (124.120.239.88) on 2008-11-16 10:31

หลังจากที่อ่านเรื่องไตรภูมิพระล่วงแล้ว รู้สึกว่าเรื่องสวรรค์ และ นรก เป็นความเชื่อที่อยู่คู่คนไทยมานาน เป็นตัวกำหนดให้มนุษย์เชื่อเรื่องบาปกรรม แม้ว่าปัจจุบันจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริงหรือไม่
สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ การนำเสนอในรูปแบบการใช้สำนวน และ ภาษาโบราณ แม้จะเข้าใจยากแต่ทำให้เนื้อสนุกมากขึ้น และมีรูปภาพที่แสดงถึงสถานที่จะได้ไปอยู๋หลังจากตายไป สิ่งนี้อาจทำให้คนที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหันมาทำความดีเพื่อให้มีชีวิตที่สงบสุขในภพหน้า

#203 By นายณัฐวุฒิ ศิริกุลรุ่งโรจน์ ม.๕/๕ เลขที่ ๑๑ (124.121.206.220) on 2008-11-16 14:22

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเนื้อเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้วนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบว่านรกภูมินั้นแบ่งออกเป็นกี่ชั้นและแต่ละชั้นนั้นก็จะเป็นการชดใช้การทำความชั่วที่แตกต่างกันออกไป เมื่อข้าพเจ้าอ่านแล้วข้าพเจ้ารู้สึกว่านรกนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเมื่อคนเราทำความชั่วเราก็ต้องไปอยู่ในนรกถ้าทำความชั่วที่หนักหนาก็ต้องลงไปอยู่ในนรกชั้นที่ต่ำลงไปเรื่อยๆเพื่อไปชดใช้บาปกรรมที่เราได้ทำไว้เมื่อครั้งเรายังเป็นมนุษย์ ถ้าตอนเราเป็นมนุษย์เรารู้จักที่จะหมั่นทำแต่ความดีเราก็จะไปอยู่ในที่ที่ดีๆนั่นก็คือสวรรค์และในเนื้อหายังมีรูปภาพของสวรรค์กับนรกให้เราดูเปรียบเทียบด้วยว่ามันแตกจ่างกันมากแค่ไหนข้าพเจ้าจึงคิดว่าเราควรที่จะหันมาทำความดีก่อนที่เราจะหมดโอกาสนั้นไป

#204 By นางสาวรสิญา อาจนวลรัตน์ ม.๕/๕ เลขที่ ๔๑ (124.121.221.8) on 2008-11-16 14:47

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าบาปบุญคุณโทษมีจริง ทำดีย่อมได้ดีตายแล้วไปจุติที่สวรรค์ ถ้าทำชั่วก็ย่อมได้รับผลกรรมตายไปก็ต้องตกนรกและชดใช้กรรมที่ตนก่อขึ้น จากเนื้อหาและการแต่งที่แสดงเจตนารมอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผลกรรมต่างๆ ทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบถึงบาปบุญคุณโทษมากขึ้น ก่อนจะทำอะไรลงไปก็จะคิดอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดโทษต่อผู้อื่น เพราะทุกการกระทำของเราจะส่งผลต่อเราไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว แม้เราจะทำความดีไว้มาก แต่ถ้าเคยทำความชั่วสักหนหนึ่ง ความดีที่สะสมมาทั้งหมดก็ไม่สามารถนำมาลบล้างความชั่วได้แต่อาจจะมาถึงเราช้าหน่อย ถ้าเราสามารถปลูกฝังความคิดเช่นนี้กับทุกคนได้ ก็จะไม่เกิดการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน สังคมการเป็นอยู่ก็จะสงบ ไม่มีความเดือดร้อน ทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็นในเนื้อหาก็คือ นรกและสวรรค์ชั้นต่างๆ ซึ่งถ้านำมาวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบดูแล้ว จะเห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจน ถ้าเราทำความดี ยิ่งทำมากเมื่อเราตายไป ก็จะได้ไปอยู่ในที่ที่มีแต่ความสุข ความสงบ แต่ถ้าเราทำแต่ความชั่ว แม้เพียงน้อยนิด เมื่อเราตายไปก็จะตกนรกอาจเพียงไม่กี่ปีนรกแต่มากมายหลายปีมนุษย์เสียเหลือเกิน ระหว่างนั้นเราจะได้รับความทรมาณอย่างแสนสาหัสตามกรรมที่เราได้ก่อไว้ การที่ได้อ่านความรู้เหล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้ตระหนักถึงความดีความชั่ว บาปบุญคุณโทษ ซึ่งมีส่วนทำให้ข้าพเจ้าทำและไม่ทำในบางสิ่งบางอย่างที่สมควรและไม่สมควร

#205 By น.ส.วิลาสินี บุญสัย ม.๕/๕ เลขที่ ๑๘ (125.25.144.118) on 2008-11-16 15:11

จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเนื้อหามาแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า บาปบุญคุณโทษนั้นมีจริง ทุกการกระทำของพวกเราจะส่งผลถึงเราไม่ชาตินี้นี้ก็ชาติต่อๆไป เราจึงควรกระทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว แต่เราเองก็เผลอทำความชั่วมาหลายปีแล้ว อย่างไรเราก็คงหนีเวรกรรมไม่ได้ เราจึงควรสะสมความดีไว้ให้มากๆ เพื่อที่จะชะลอผลกรรมที่จะตามมาถึงเราให้ช้าลงหรือเบาบางลง โดยส่วนตัวข้าพเจ้าเองก็เป็นคนที่เชื่อทางด้านนี้อยู่แล้ว เรื่องนรก สวรรค์จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อสำหรับข้าพเจ้า ถ้าเราทำความดี ตายไปเราก็จะได้อยู่บนสวรรค์ เมื่อไรที่เราหมดบุญเราก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์แต่ถ้าเราทำแต่ความชั่ว เมื่อตายไปเราก็จะต้องตกนรกหมกไหม้ ได้รับความทุกข์ทรมาณทั้งกายและใจอย่างมากมาย พวกเราจึงควรทำแต่ความดีและละเว้นความชั่ว

#206 By น.ส.สุวรรณี เงินกลั่น ม.๕/๕ เลขที่ ๔๔ (125.25.144.118) on 2008-11-16 15:17

หลังจากที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงเเล้ว ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านเข้าใจเเละเห็นภาพชัดเจนขึ้น ในเรื่องนี้นั้นได้กล่าวถึงนรกเเละสวรรค์ซึ่งจะอธิบายอย่างชัดเจน จากผลของการกระทำ ในการทำความชั่วเรื่องต่างๆจะบรรยายมาเป็นภาษาที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะเทือนใจรู้สึกหวาดกลัวจากผลของการกระทำ จนทำให้ไม่กล้าทำความชั่วในสิ่งนั้นได้เเละในทางตรงข้าม สำหรับผลของการกระทำดี กล่าวถึงสวรรค์ชั้นต่างๆ ซึ่งบรรยายให้เห็นความสวยงามความสุขสบายซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกอยากทำความดีมากกว่าความชั่ว เเม้ว่า นรกหรือสวรรค์ จะยังหาข้อพิสูจน์ที่เเน่ชัดไม่ได้ เเต่ผลของการกระทำนั้นบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องรอถึงชาติหน้า บางครั้งก็เเสดงให้เห็นได้ในปัจจุบัน เเละจากการได้อ่านเรื่องนี้จะทำให้เข้าใจคำพูดที่ว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นมีความเป็นจริง..

#207 By น.ส.วรรณวิสาข์ คำเเก้ว ม.๕/๕ เลขที่๓๒ (125.24.229.140) on 2008-11-16 15:20

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า การเวียนว่ายตายเกิดของคนหรือสัตว์อยู่ในภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ขึ้นอยู่กับอำนาจของบุญและบาปที่คนๆนั้น ได้กระทำไว้แล้ว คือ ถ้าผู้ใดได้กระทำบาปในตอนที่ตนยังมีชีวิตอยู่นั้น โดยที่การทำบาปหรือการทำความชั่วในครั้งนั้นอาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทำก็ตาม ผลที่ตามมาก็จะเกิดกับตัวผู้กระทำเอง โดยบางครั้งอาจไม่ต้องรอถึงชาติหน้า แต่อาจจะเป็นชาตินี้เลยก็ได้ที่ผลบาปที่เราได้ทำไว้อาจจะเกิดกับตัวเราเอง และความทำความดี ซึ่งในบางครั้งไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นได้เห็นความดีที่เรากระทำ และผลดีก็จะมาเกิดกับตัวเราเอง คือ รู้สึกดี สบายใจที่ได้ทำ ดังนั้น ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ควรคิดไตร่ตรองก่อนว่าสิ่งที่เราทำลงไปเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพราะบางครั้งคนบางคนอาจสะสมความดีมาตลอดชีวิตแต่ทำผิดแค่ครั้งเดียวก็สามารถมองคนๆนั้นในแง่ลบได้

#208 By นางสาวศวิตา ทัศนิยม ม.๕/๕ เลขที่ ๒๐ (125.24.227.165) on 2008-11-16 16:49

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า การเวียนว่ายตายเกิดของคนหรือสัตว์อยู่ในภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ขึ้นอยู่กับอำนาจของบุญและบาปที่คนๆนั้น ได้กระทำไว้แล้ว คือ ถ้าผู้ใดได้กระทำบาปในตอนที่ตนยังมีชีวิตอยู่นั้น โดยที่การทำบาปหรือการทำความชั่วในครั้งนั้นอาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทำก็ตาม ผลที่ตามมาก็จะเกิดกับตัวผู้กระทำเอง โดยบางครั้งอาจไม่ต้องรอถึงชาติหน้า แต่อาจจะเป็นชาตินี้เลยก็ได้ที่ผลบาปที่เราได้ทำไว้อาจจะเกิดกับตัวเราเอง และความทำความดี ซึ่งในบางครั้งไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นได้เห็นความดีที่เรากระทำ และผลดีก็จะมาเกิดกับตัวเราเอง คือ รู้สึกดี สบายใจที่ได้ทำ ดังนั้น ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ควรคิดไตร่ตรองก่อนว่าสิ่งที่เราทำลงไปเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพราะบางครั้งคนบางคนอาจสะสมความดีมาตลอดชีวิตแต่ทำผิดแค่ครั้งเดียวก็สามารถมองคนๆนั้นในแง่ลบได้

#209 By นางสาวศวิตา ทัศนิยม ม.๕/๕ เลขที่ ๒๐ (125.24.227.165) on 2008-11-16 16:50

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า

ไตรภูมิพระร่วงเป็นการแต่งโดยพึ่งหลักศาสนา มีบทบาทต่อชีวิตคนไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีพระมหาธรรมราชาที่ ๑ เป็นผู้พระราชนิพนธ์
์เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖ มีจุดมุ่งหมายในการแต่งคือเทศนาโปรดพระมารดา
และใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจพุทธศาสนา มีการเขียนแบบพรรณนา

เมื่ออ่านจบข้าพเจ้าได้ความรู้มากมาย
ทั้งด้านศาสนาทำให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ได้รู้จักทวีปของคนโบราณ
ได้รับรู้เกี่ยวกับนรก-สวรรค์ มีการยกตัวอย่างประกอบชัดเจน แสดงให้เห็นภาพในขณะที่อ่านไปด้วย หากใครทำความชั่วก็จะได้ไปใช้ผลกรรมในนรก แต่ถ้าทำความดีสะสมความดีมากๆก็จะได้ไปอยู่บนสวรรค์ และยังเป็นตัวอย่างให้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

^^sad smile

#210 By (124.120.246.87) on 2008-11-16 16:53

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า

ไตรภูมิพระร่วงเป็นการแต่งโดยพึ่งหลักศาสนา มีบทบาทต่อชีวิตคนไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีพระมหาธรรมราชาที่ ๑ เป็นผู้พระราชนิพนธ์
์เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖ มีจุดมุ่งหมายในการแต่งคือเทศนาโปรดพระมารดา
และใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจพุทธศาสนา มีการเขียนแบบพรรณนา

เมื่ออ่านจบข้าพเจ้าได้ความรู้มากมาย
ทั้งด้านศาสนาทำให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ได้รู้จักทวีปของคนโบราณ
ได้รับรู้เกี่ยวกับนรก-สวรรค์ มีการยกตัวอย่างประกอบชัดเจน แสดงให้เห็นภาพในขณะที่อ่านไปด้วย หากใครทำความชั่วก็จะได้ไปใช้ผลกรรมในนรก แต่ถ้าทำความดีสะสมความดีมากๆก็จะได้ไปอยู่บนสวรรค์ และยังเป็นตัวอย่างให้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

^^sad smile
ปล. อันบนลืมเขียนชื่อค่ะ

#211 By นางสาวกุลทรัพย์ ขาวไพบูลย์ ม.๕/๕ เลขที่๓๑ (124.120.246.87) on 2008-11-16 16:55

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่าน เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง แล้วทำให้ทราบว่าเรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีที่สอนให้คนทำความดีและละเว้นความชั่ว โดยคนที่ทำความดีจะได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ไม่ต้องทำงานใดๆ ไม่มีเจ็บป่วย แต่ถ้าคนไหนที่ทำความชั่วมากกว่าความดีก็จะไปอยู่ในนรกภูมิซึ่งต้องไปชดใช้กรรมในนรกอย่างทรมาน ใครมีกรรมมากก็จะต้องชดใช้กรรมในนรกนาน

ในตอนนี้ประเทศของเรามีคนที่ทำความชั่วมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศของเราพัฒนาได้ช้า แต่ถ้าคนเราทุกคนหันมาทำแต่ความดี สามัคคีกันก็จะทำให้คนในประเทศอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข

#212 By นายณัฐพัชร์ แสงชัยวัชร์ ม.๕/๕ เลขที่๑๓ (124.122.156.228) on 2008-11-16 17:50

เมื่อข้าพระเจ้าได้อ่านเนื้อเรื่องไตรภูมิพระร่วงจบ จากเนื้อหาชี้ให้เห็นถึง
๑.ความดี ซึ่งผู้ปฏิบัติเมื่อตายไปจะได้ขึ้นสู่ สรวงสวรรค์ ที่เเบ่งออกหลายชั้นเข้าด้วยกัน
๒.ความชั่ว ซึ่งผู้ปฏิบัติเมื่อตายไปจะต้องดิ่งลงสู่ นรก ที่เเบ่งออกเป็นหลายขุดเข้าด้วยกัน
ในเนื้อหาที่ข้าพเจ้าได้อ่าน จะขึ้น สวรรค์ หรือ ลง นรก ขึ้นอยู่กับ กรรมดี เเละ กรรมชั่ว ที่ทำไว้ตอนอยู่บนโลกมนุษย์ เเต่ กรรมนั้น ไม่ได้หมดไปโดยสิ้นเชิง ยกตัวอย่าง เช่น ทำกรรมชั่ว เเล้ว ตกนรก กรรมชั่วที่ ทำมา ไม่ได้ จบเเค่ กาลเวลาที่อยู่ชดใช้กรรมในนรก แต่ ผลกรรมจะต่อเนื่องไปยัง ภพหน้าเมื่อเกิดที่โลกมนุษย์ หรือ ต้องชดใช้กรรม ทุกๆชาติไปจนกว่า จะหมดเวรหมดกรรม
เมื่อข้าพเจ้าอ่านจบ ข้าพเจ้าตริตรอง คิด ถึงเวรกรรมที่ได้ทำมา เเละกลัวกรรมชั่วมากขึ้น จึงเกิดความตั้งใจ ทำในสิ่งที่ดี จนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำดี

#213 By นาย นพพร มิตรธนสาร ม.๕/๕ เลขที่๘ (124.120.241.196) on 2008-11-16 18:58

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า
ไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่เล่าถึงภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ซึ่งมีเนื้อหาพรรณนาถึงที่อยู่ ที่ตั้ง และการเกิดของมนุษย์ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเทวดา ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำต่างๆๆทั้งทางที่ดี ทางที่แย่ ความดี ความชั่ว ไว้ได้เป็นอย่างดีเด่นชัดมาก ถ้าเราทำดีก้อจะได้สิ่งที่ดีตอบแทน แต่ถ้าเราทำชั่วความชั่วที่เราทำไปนั้นจะส่งผลให้กับเราถึงความทุกข์ทรมาน
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้
และไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นในทางวิทยาศาสตร์ได้ก็ตาม
แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้คนส่วนมากเชื่อในการทำความดี และในเรื่องของนรก สวรรค์ ซึ่งไตรภูมิพระร่วงแสดงให้เห็นเด่นชัดถึงความน่ากลัวในนรก และความสุขสบายในสวรรค์ข้าพเจ้าคิดว่าไตรภูมิพระร่วงสามารถนำมาเป็นแนวคิดให้สติแก่ทุกๆคนที่อ่านได้

#214 By นางสาวพัฒน์นรี อุทัยลาวัณย์ ม.๕/๕ เลขที่ ๒๑ (124.120.241.129) on 2008-11-16 20:00

ไตรภูมิพระร่วงเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักในพระพุทธศาสนาตลอดจนชี้ให้เห็นผลบาปและผลบุญที่คนทั้งหลายได้กระทำไว้ ผลบาป ผลบุญของผู้กระทำจะส่งให้ผู้นั้นไปเกิดในภูมิต่าง ๆ ผู้กระทำแต่บาปหยาบช้า เมื่อตายไปจะเกิดในภูมิชั้นต่ำ แต่ถ้าประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประกอบแต่กรรมดี ก็จะได้ไปเกิดในภูมิชั้นสูง ภาษาที่ใช้เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจยาก แต่มีความไพเราะ และมีภาพประกอบให้เห็นชัดเจน

#215 By นางสาวนุสรา แซ่ส่ง ม.๕/๕ เลขที่ ๒๖ (124.120.249.7) on 2008-11-16 20:17

จากการที่ได้อ่านเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงนั้น เรื่องนี้นั้นใช้ภาษาที่อ่านยากกว่าปกติ เพราะเป็นภาษาสมัยก่อน ซึ่งทำให้เราเข้าใจยากพอสมควร อาจจะ พอสรุปได้ว่าเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นแต่งขึ้นจากความเลื่อมใสพระพุทธศาสนา ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่า พระพุทธศาสนาสำคัญมากกับคนไทย เพราะพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนเรา ทำให้จิตใจของเราสงบสุข ร่มเย็น ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคน
ไตรภูมิพระร่วงเป็นเรื่องที่กล่าวถึงนรกและสวรรค์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราสังเกตดีๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็แล้วแต่ล้วนมีวัดวาอาราม บางคนไม่รู้หรอกว่าคนเราทุกวันนี้เกิดมาเพื่ออะไร แต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะคิดว่าเกิดมาใช้เวรใช้กรรมที่เคยกระทำไว้แต่ชาติปางก่อน หรือความคิดอื่นๆก็แล้วแต่
เรื่องไตรภูมิพระร่วงคือการนำสวรรค์แทนถึงการกระทำดี ได้พบเจอแต่สิ่งที่ดี และนรกแทนสำหรับผู้กระทำบาป พบเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี โชคร้าย จึงก่อเกิดให้ผู้อ่านได้รู้สึกเกรงกลัวต่อบาปและไม่คิดที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน
เมื่อใครนั้นที่ได้อ่านเรื่องนี้จบ ทุกๆคนก็จะคิดเหมือนข้าพเจ้าว่า คนเรานั้นถึงจะไม่รู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร หรือต้องทำอะไรนั้น แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรรู้ก็คือ เราควรทำความดี ให้ตัวเราและผู้อื่นมีความสุข ไม่เดือดร้อนใคร แค่นั้นก็ดีที่สุดที่เราได้เกิดมาแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าเราคิดแต่ที่จะทำบาปมากกว่าเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่ดีของเรา ชีวิตนี้เราคงจะไม่มีความสุขตลอดชีวิต เพราะการที่เราทำชั่วนั้น ทำให้คนที่เสียใจมากที่สุดอาจจะไม่ใช่เรา แต่คือพ่อแม่ผู้ที่มีพระคุณของเราที่ท่านต้องเสียใจที่สุดกับการกระทำที่ไม่ดีของเรา มันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยที่ท่านต้องมาเดือดร้อนแทนเราทั้งๆที่คนที่กระทำชั่วคือเรา
เราเองที่กระทำ



นางสาวสีรุ้ง กลิ่นจันทร์
เลขที่ ๒๙
ชั้น ม.๕/๘

ขอบคุณคะ ,,

#216 By นางสาวสีรุ้ง กลิ่นจันทร์ เลขที่ ๒๙ ชั้น ม.๕/๘ (124.122.160.12) on 2008-11-16 20:31

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นวรรณคดีประโยชน์ต่อผู้อ่านมาก เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับคุณธรรม สอนให้ผู้อ่านได้รู้ถึงโทษของการกระทำชั่วของมนุษย์โลก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ได้อ่านนั้นได้คิด ตริตรองถึงสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไปไม่ว่าจะได้ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ทำให้ได้รู้ถึงผลของบาปกรรมที่จะต้องชดใช้เมื่อตนเองได้สิ้นชีวิตลงไปแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อใครก็ตามที่ได้อ่านวรรณคดีเรื่องนี้ ย่อมต้องมีความคิดจะที่เปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีของตัวเอง รู้จักการสำนึกในเรื่องบาปบุญคุณโทษมากขึ้น และสังคมก็จะมีแต่คนที่คิดดีใฝ่ดี

ลักษณะของภาษาที่ใช้ในวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วง เป็นภาษาที่มีความไพเราะ สละลสลวย อ่านแล้วสามารถเห็นภาพพจน์ได้ในทันที ถึงแม้บางคำจะเป็นภาษาไทยโบราณ แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกดีที่ได้เรียนรู้เรื่องภาษาไทยโบราณ

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านวรรณคดีเรื่องนี้แล้วทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้ใหม่ๆ มากขึ้นทั้งในเรื่องของ ไตรภูมิ ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าไม่เคยรู้ว่าจะแบ่งแยกได้หลายชั้นมาก ทั้งกรรมของคนประเภทต่างๆ ช่วงระยะเวลาของผลบาปกรรมที่ต้องชดใช้ รวมถึงเรื่องของระดับชั้นของนรกด้วย

#217 By น.ส.กรรภิรมย์ มงคลทอง ม๕/๘ เลที่ ๑๖ (124.120.233.65) on 2008-11-16 21:26

ความคิดเห็นของข้าพเจ้าต่อเรื่อง "ไตรภูมิพระร่วง"
เรื่อง ไตรภูมิพระร่วงนี้ แสดงให้เห็นถึงโลกทั้งสามที่เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และยังแสดงให้เห็นถึงกงกรรมกงเกวียนในภูมิต่างๆ และเนื้อเรื่องยังมีอิทธิพลที่เป็นผลทางด้านต่างๆทั้งทางศาสนา ทางสังคม และทางศิลปะ ทำให้ผู้คนเชื่อในเรื่องผลของกรรม ทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว เชื่อในเรื่องที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และยังเป็นบทความสอนใจเตือนมนุษย์ให้มีจิตสำนึกที่ดี ทำแต่ความดี เพราะมีตัวอย่างของคนที่กระทำกิจอันชั่วร้ายที่ได้ตกไปอยู่ในนรกภูมิ และตัวอย่างของคนที่กระทำแต่ความดีที่ได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์ เหมือนดังภาพประกอบของเรื่อง
ส่วนข้าพเจ้าเมื่อได้อ่านแล้ว มีความรู้สึกว่า การเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นบุญอันมากแล้ว แต่การเป็นมนุษย์ ก็ต้องควรหมั่นทำแต่ความดี เพราะผลดีนั้นจะตอบแทน หากเราทำแต่สิ่งที่ไม่ดี เมื่อตายแล้วก็อาจจะได้ไปอยู่ในนรกภูมิ ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสเสมือนไม่มีที่สิ้นสุด ดั้งนั้น
เราจึงควรทำแต่ความดีสั่งสมไว้ตั้งแต่วันนี้และต้องทำทุกๆวัน

#218 By นาย กิตติพันธ์ จงนำชัยสกุล ม.๕/๕ เลขที่ ๑๐ (124.120.245.197) on 2008-11-16 21:55

เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง แล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกอย่างชัดเจนจากเนื้อหา ก็คงจะเป็นเรื่อง ผลของการกระทำความดี และความชั่ว ถ้าทำดีก็ได้ขึ้นสวรรค์ อยู่อย่างสุขสบายไม่้องลำบากยากเข็ญ รูปลักษณ์ก็สวยงาม แต่ถ้าทำชั่วก็ต้องตกนรก ถูกทรมานแสนสาหัสและยาวนานมาก รูปลักษณ์ก็อัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว แม้ว่าปัจจุบันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือได้ยาก เพราะคนเราเชื่อในสิ่งที่เห็นด้วยตา มากกว่าสิ่งที่ใจระลึกได้ ดังคำที่ว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" ซึ่งถ้ามองด้วยตาก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าใช้ใจระลึกได้ ก็จะแบ่งแยกได้อย่างชัดเจนระหว่าง ความดีกับความชั่ว
ความดีกับความชั่วนั้น ต่างกันนิดเดียว และทุกคนก็มีเหมือนกันหมด เปรียบเสมือนปลากระเบนที่มีสองด้าน ถ้ามองจากด้านบนก็เป็นสีดำ แต่ถ้ามองจากใต้ท้องของมันก็จะเป็นสีขาว ถ้าให้สีดำแทนความชั่ว และสีขาวแทนความดี การมองจากด้านบนนั้นง่ายกว่าการมองใต้ท้องของมัน ก็เหมือนกับการทำความชั่วนั้นง่ายกว่าการทำความดีนั้นเอง
แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเรื่องของผลกรรมมากนักแต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ดูหมิ่นแต่อย่างใด ในสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าดี และไม่เดือดร้อนผู้อื่น ข้าพเจ้าก็จะทำ แต่ในสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ดีข้าพเจ้าก็จะไม่ทำ ตัวของข้าพเจ้าขอเชื่อเพียงแค่นี้ ชีวิตของข้าพเจ้าก็สงบสุขพอแล้ว

#219 By นายวรุตม์ สุเมธเสนีย์ ม. ๕/๕ เลขที่ ๖ (124.120.69.9) on 2008-11-17 00:36

จากการที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้วเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าผู้แต่งมีการเปรียบเทียบระหว่างความดีและความชั่ว สวรรค์เปรียบเสมือนสิ่งที่สวยงามใครที่ทำความดีก็จะได้อยู่ที่นั่น นรกนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ชั่วร้าย น่ากลัวมีแต่ความทุกข์ทรมานผู้หญิงในอุตรกุรุทวีปมีเส้นผมละเอียดอ่อนมีขนาด ๑ ใน ๘ ของเส้นผมชาวชมพูทวีป มีน้ำเสียงไพเราะ ส่วนผู้ชายมีรูปร่างงดงาม ทั้งหญิงและชายไม่มีความชราภาพ มีอายุถึง ๑,๐๐๐ ปี วัยรุ่นในสมัยนี้ จะหันมารักษาศีลเบื้องต้นอย่างเช่น ศีล ๕ กันมากขึ้น หลังจากที่ได้อ่านเรื่องนี้โทษที่จะได้รับนั้นก็แตกต่างกันออกไปตามความผิดที่ตนทำ เหมือนเป็นการสื่อให้เห็นว่าถ้าใครอยากขึ้นสวรรค์ก็รู้จักทำความดี แต่ถ้าใครที่ไม่กลัวบาปถ้าจากโลกนี้ไปแล้วจะต้องไปชดใช้กรรมที่นรก เนื้อเรื่องแสดงให้เห็นถึงภาพความสวยงามและความสะดวกสบายของสวรรค์ และแสดงให้เห็นถึงภาพความน่ากลัว ความทรมานที่ต้องได้รับการชดใช้ผลกรรมในนรก เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายเกิดการจินตนาการภาพในการอ่าน ซึ่งผู้ที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วก็คงจะมีการคำนึงถึงการกระทำของตัวเองว่าควรที่จะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองส่วนไหนเพื่อเป็นการทำความดี

#220 By นายสุรภาพ ฤกษะสาร ม.๕/๑๒ เลขที่ ๔ (58.64.66.92) on 2008-11-17 18:30

เมื่ออ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้เเล้วบอกตรงๆเลยว่าข้าพเจ้ากลัวการทำบาปมากๆ ถึงเเม้ว่ามันจะไม่รู้ว่ามีอยู่จริงรึเปล่าเเต่อย่างน้อยใจจิตใต้สำนของคนเรานั้นก็ควรที่จะมีความเเกรงกลัวเเละละอายต่อบาปกันบ้าง double wink
บางคนอาจจะคิดว่านรกไม่มีจริงจะทำดีทำชั่วยังไงก็ไม่เป็นไรก็จริงอยู่เเต่ถ้าหากท่านทำช่นนั้นบางครั้งผลมันก็เกิดกันให้เห็นกันทันตาไม่ต้องรอให้ตายหรอก
ถึงเเม้ว่าข้าพเจ้าเองจะไม่ได้เป็นคนดีที่รักษาสีลอะไรมากมายเต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยทำอะไรให้ใครต้องเดือดร้อนเลยconfused smile open-mounthed smile
เเละจากนี้ต่อไปข้าพเจ้าก็จะทำเเต่สิ่งที่ดีๆ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เผื่อซักวันผลบุญนั้นจะทำให้ข้าพเจ้าเเละครอบครัวมีความสุขในวันข้างหน้าไดwink double wink cry
ทำเเต่กรรมดีนั่นเเหละดีเเล้ว ขอทุกคนที่เข้ามาอ่านครั้งนี้ได้รับเเต่บุญเละกุสุลทั่วกันเทอญ สาธุsurprised smile big smile open-mounthed smile

#221 By นางสาวอมมรัตน์ กลิ่นหอม ม.๕/๘ เลขที่๓๑ (203.118.70.102) on 2008-11-17 19:03

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้แล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของเรื่องนี้จะอ้างอิงมาจากทางธรรมมากกว่าทางโลกแห่งความเป็นจริงที่คนสมัยนี้เขาพิสูจน์โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อสรุปที่เชื่อถือได้ และสิ่งเหล่านี้อาจจะดูว่าห่างไกลจากตัวเรา และมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องได้จริง แต่ข้อคิดที่เราได้จากเรื่องนี้ก็คือการที่เราความดี และความชั่ว ถ้าเราทำความดีเราก็จะได้ไปเกิดในที่ดีดีหรือที่เรียกว่าสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สวยงามและน่าอยู่ และจะได้พบแต่ความสุข แต่ถ้าเราทำความชั่วเราก็จะได้เกิดในที่ที่ลำบาก โดนทิ่มแทงด้วยของมีคม หรือนรกซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่ มีแต่ความร้อนร้น

#222 By น.ส.รัฐรวี หลักเพ็ชร ม.๕/๘ เลขที่ ๒๘ (124.120.249.218) on 2008-11-17 19:09

ไตรภูมิพระร่วง ไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับนรก โลกมนุษย์และสวรรค์ สาระของวรรณคดีเรื่องนี้ คือ การเป็นวรรณกรรมคำสอนสำหรับคนทุกชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ปกครองบ้านเมือง ไตรภูมิพระร่วง ได้กล่าวถึงพระยาบรมมหาจักรพรรดิราชว่า พระราชทานพระราโชวาทสำคัญที่เรียกว่า “ไชยวาทาสาสน์” แก่ท้าวพระยาทั้งหลายเพื่อให้นำไปปฏิบัติในการปกครองบ้านเมือง ธรรมนี้โดยสรุปแล้วมี 10 ประการ ผมไม่เคยเห็นใครให้ความสำคัญ จะขอนำมากล่าวไว้ในที่นี้เพื่อว่า ท่านจะได้นำไปยกเป็นประเด็นให้นักเรียนนักศึกษาวิพากษ์สังคมไทยร่วมสมัย

1. ทรงต้องมีทศพิธราชธรรม ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาไทย กล่าวว่า พระยาลือไทยเสวยราชย์ชอบด้วย “ทศพิธราชธรรม” (I-156)
2. การเก็บภาษีข้าวเปลีอก (ภาษีเศรษฐกิจ) เพียง 1 ใน 10 ถ้าไม่ได้ข้าวก็ไม่ให้เอาภาษีเลย อย่าให้ประชาชนลำบาก ในจารึกป่ามะม่วงกล่าวว่า “เห็นข้าวท่านบ่ใคร่พิน เห็นสินท่านบ่ใคร่เดือด” (I-17–18)
3. ถ้าจะใช้แรงงานไพร่บ้านพลเมือง ไม่ให้ใช้เกินเหตุอันสมควร และต้องไม่ใช้ผู้เฒ่าผู้แก่ (การยกเว้นผู้สูงอายุ) จารึกพระบรมธาตุนครชุมมีความทำนองเดียวกันว่า “ให้รู้ปรานีไพร่ฟ้า…[ผิชอบ7]งานใช้ไซร[จึ่ง]ใช้ ผิบ่ชอบ เมื่อใช้ไซร้ อย่าพาใช้” (II-39) และ “รู้ปรานีแก่ไพร่ฟ้าข้าไททั้งหลาย”8
4. การเรียกสินส่วย (ภาษีอากร) ต้องไม่เกินกว่าที่จารีตประเพณีเคยอนุญาต
5. ไม่สร้างแบบอย่างที่ผิดๆ ซึ่งจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ปกครองรุ่นหน้า เพราะบาปหนักจะตกแก่ผู้เริ่มธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม
6. ท้าวพระยาผู้มีทรัพย์ต้องส่งเสริมความเจริญทางเศรษฐกิจ ให้ผู้กู้พระราชทรัพย์ไปทำมาค้าขายไม่ต้องเสียดอกเบี้ย “เราผู้เป็นไทย (พระเจ้าแผ่นดิน) บ่มิควรเอาเป็นดอกเป็นปลายแก่เขา”
7. พระเจ้าแผ่นดินไม่ควรหวงพระราชทรัพย์ ท้าวพระยา “ควรให้ทรัพย์สิ่งสินแก่ลูก แก่เมีย ชาวแม่ ชาวเจ้า ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งหลายเพื่อเป็นเสบียงเลี้ยงเขากินอยู่เป็นกำลัง” กล่าวคือ ต้องทะนุบำรุงขวัญข้าราชการ
8. ท้าวพระยามหากษัตริย์ต้องรู้จักวางพระองค์เพื่อให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาและมีความยุติธรรม ไม่ทรงเจรจาในสิ่งไร้สาระ
9. ทรงต้องทำนุบำรุงสมณพราหมณาจารย์ ราชบัณฑิต และผู้ทรงศีลสัจ ตรงกับคำสอนพระยาลือไทยที่ว่า “ให้ยำปู่ครู ยำผู้เถ้าผู้แก่”9
10. พระราชทานบำเหน็จบำนาญแก่ผู้มีความชอบ “โดยอำเภอคุณและอำเภอประโยชน์” ซึ่งหมายความว่า ตอบแทนคุณงามความดีของบุคคลอย่างชอบธรรม

คำประกาศปฏิญญาการปกครองของพระยาลือไทยในจารึกพระบรมธาตุนครชุมและจารึกวัดป่ามะม่วง มีเนื้อหาต้องกันกับธรรมสำหรับท้าวพระยาที่พระยาบรมมหาจักรพรรดิราชทรงกล่าวสั่งสอนไว้ใน ไตรภูมิพระร่วง หลักการนี้สามารถนำมาใช้วิพากษ์วิจารณ์สภาพทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรมไทยในปัจจุบันได้อย่างดี เพราะท้าวพระยาทั้งหลายนี้ ในความหมายอย่างกว้าง คือ ท่านผู้มีอำนาจในการปกครองบ้านเมือง

ข้าพเจ้าได้ใช้ประโยชน์จาก ไตรภูมิพระร่วง ในการศึกษาประเด็นทางประวัติศาสตร์ ผมอาจยกตัวอย่างได้มากมาย เมื่อเราพิจารณาเรื่องสถานภาพพยานในพระไอยการลักษณะพยานของกฎหมายตราสามดวง อันได้แก่ อุตริพยาน อุดรพยาน และทิพพยานนั้น สถานภาพของทิพพยานสูงสุด แต่เราไม่เข้าใจที่ไปที่มาของแนวคิดเรื่องทิพพยานนัก นอกจากเดาว่าหมายถึง พยานที่เป็นเทพ พลตรี หม่อมราชวงศ์ ศุภวัฒย์ เกษมศรี ได้ชี้ให้เห็นว่า แนวคิดนี้มาจากเรื่องนางอสันธมิตตา อัครชายาของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่อ้างพระไพศพมหาราช จตุโลกบาลแห่งทิศอุดรเป็นพยานแก่นางในเรื่องการทำบุญถวายผ้าผืนหนึ่งแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า จตุโลกบาลทั้ง 4 มีหน้าที่ช่วยพระอินทร์ดูแลโลกจึงมีทิพจักษุได้รู้ได้เห็นความจริงหมด การศึกษาวรรณคดีจึงนับว่า เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านประวัติศาสตร์อย่างมาก ถ้าผมจะกล่าวถึงเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ในด้านภาษาและอื่นๆ อีก
คงจะไม่จบลงง่ายๆ

-------------

#223 By น.ส.ชลธิชา ไชยมงคล ม.๕/๘ เลขที่๒๐ (124.121.232.208) on 2008-11-17 19:15

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงเเล้ว ข้าพเจ้าคิดว่านรกเเละสวรรค์นั้นมีอยู่จริงเเละอยู่ใกล้ๆกับพวกเรามาก เพราะถ้าเราทำความชั่วผลที่เราทำความชั่วไว้ก็จะเกิดขึ้นกับเราเมื่อเราตายไป เราก็จะตกนรก เเต่ถ้าเราทำความดี ผลของการทำความดีก็จะทำให้เราได้ขึ้นสวรรค์ เเต่ผลของการกระทำข้าพเจ้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องรอถึงเมื่อเราตาย เพราะถ้าเราทำความชั่ว เราก็จะเกิดการหวาดระเเวงวิตกกังวลอยู่อย่างไม่เป็นสุข เเละถ้าเราทำความดีเราก็จะสุขกายสบายใจเเละมีความสุข เห็นได้ว่าผลของการกระทำนั้นไม่จำเป็นต้องรอชาติหน้าเเต่ผลของการกระทำสามรถตามทันได้ในชาตินี้ ซึ่งนรกเเละสวรรค์อยู่ใกล้ๆกับตัวเรา เหมือนคำพูดที่ว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ

#224 By น.ส.อลิสา กุลประเสริฐ ม.๕/๕ เลขที่ ๒๕ (125.24.249.89) on 2008-11-17 21:17

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วง แล้วทำไห้ข้าพเจ้าได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างนรกกับสวรรค์ ว่าถ้าคนเราทำดี ประพฤติดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ทำตัวเลว ก็จะตกนรก ยิ่งทำเลวมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งตกนรกขุมต่ำลงเท่านั้นและเวลาในนรกก้อยิ่งมากขึ้นตามหลุมที่ตกลงไป แล้วยิ่งสังคมในปัจจุบัน มนุษย์เรายิ่งทำตัวไปในทางที่ไม่ดีกันมากขึ้น แต่ถ้าคนที่ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วง ข้าพเจ้าคิดว่าก็น่าจะมีจิตสำนึกไปในทางที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อยและ
อาจทำให้สังคมในปัจจุบันดีขึ้นอีกเยอะถ้าทุกคนคิดที่จะทำดีไม่ทำชั่วทำชั่วแล้วตกนรก

#225 By นาย ธิติวุฒิ สุขสุดประเสริฐ ม.๕/๕ เลขที่ ๑๔ (124.120.238.9) on 2008-11-17 21:48

ภาษาที่ใช้อ่านยากซับซ้อน
เพราะเป็นภาษาทางศาสนา
และมีภาษาโบราณด้วย
แต่ผู้แต่งใช้ถ้อยคำที่อ่านแล้ว
ชวนให้คิดภาพตามได้
และมีการยกตัวอย่างให้เห็นชัดมากยิ่งขึ้น
มีภาพประกอบ
ทำให้การอ่านเข้าใจง่ายขึ้น

#226 By อมินตรา 5/9(18) (118.174.75.5) on 2008-11-17 22:13

อ่านแล้วรู้สึกขนลุกมากเลยค่ะ
มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ
รู้สึกไม่อยากทำบาปอีกเลย
ผู้แต่งพรรณนาได้ชัดเจนมากๆ

#227 By น.ส.จิตราภรณ์ พันธ์งาม ม.๕/๙ เลขที่ ๑๗ (118.174.75.5) on 2008-11-17 22:38

จากที่ผมได้อ่านเรื่อง **ไตรภูมิพระร่วง** ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ สวรรค์และนรก ทำให้ผมรู้สึกกลัวต่อการทำความผิดมากขึ้น และไม่อยากทำความผิดอีกเลย กลัวว่าจะต้องตกนรกที่แสนจะโหดร้าย

นอกจาการทำกรรมดีกรรมชั่วแล้ว ยังมีความเชื่อในเรื่องของ ผีสาง เทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา นางไม้ ซึ่งก็เป็นความเชื่อในสมัยก่อน จนถึงในสมัยปัจจุบันเราก็ยังคงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่ sad smile

ไตรภูมิพระร่วงได้เสนอให้เห็นถึงภาพทางจินตนาการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะเรื่องราวของภาพในนรกและสวรรค์ ดั่งเช่นมีบทความอยู่ตอนหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องเตือนสติ และ ชักจูงให้คนทำความดีมากกว่าความชั่ว angry smile
เช่น

""" เปรตลางจำพวก ตัวเขาใหญ่ ปากเขาน้อยเท่ารูเข็มนั้นก็มี เปรตลางจำพวกผอมหนักหนา เพื่ออาหารจะกินบมิได้ แม้ว่าจะขอดเอาเนื้อน้อย ๑ ก็ดี เลือดหยด ๑ ก็ดี บมิได้เลย เท่าว่ามีแต่กระดูกและหนังพอกกระดูกภายนอกอยู่ไส้ หนังท้องนั้นเหี่ยวติดกระดูกสันหลังแล ตานั้นลึกและกลวงดังแสร้งควักเสีย ผมเขานั้นยุ่งรุ่ยร่ายลงมาปกปากเขา มาตรว่าผ้าร้ายน้อยหนึ่งก็ดี และจะมีปกกายเขานั้นก็หามิได้เลย เทียรย่อมเปลือยอยู่ ชั่วตนเขานั้นเหม็นสาบพึงเกลียดนักหนาแลเขานั้นเทียรย่อมเดือดเนื้อร้อนใจเขาแล เขาร้องไห้ร้องครางอยู่ทุกเมื่อแล เพราะว่าเขาอยากอาหารนักหนาแล """

เวรกรรมในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวของเราอีกต่อไปเพียงแต่มันอยู่ติดตัวเรามาตั้งนานแล้ว แต่เราอาจพึ่งมองเห็นมัน confused smile

ความดีและความชั่วนั้นอยู่ใกล้กันมาก เหมือนเป็นอากาศที่ลอยอยู่รอบตัวของเรา เพียงแต่มีเส้นบางๆคั่นไว้เท่านั้น embarrassed

เส้นบางเส้นนั้นคือจิตใตของเรา ที่จะเปิดรับความดีหรือความชั่วให้เข้ามาครอบงำจิตใจเราไว้ การกระทำของตัวเราไม่มีใครเป็นผู้กำหนดขึ้นมา แต่อยู่ที่ตัวเราเลือกทำแบบไหนต่างหากครับ big smile

นายรัฐพล สาเครือ
ชั้นม ๕/๘
เลขที่ ๔

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#228 By นายรัฐพล สาเครือ ม.๕/๘ เลขที่ ๔ (124.120.248.199) on 2008-11-17 22:51

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile
ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือที่มีความสำคัญอย่างมากทีเดียว เพราะ เป็นแหล่งรวมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้ชาวพุทธศานิกชนได้รู้ว่าการกระทำความชั่วนั้นเมื่อตายแล้วจะต้องไปรับกรรม ณ ที่ไหน ทำความชั่วแล้วผลเป็นอย่างไร ทำความชั่วแล้วเกิดผลประโยชน์แก่ตนเองหรือเปล่า การที่มีหนังสือแบบนี้ นั้นก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ทั้งต่อผู้ที่หมั่นทำความดีและผู้ที่ทำความชั่ว ให้ได้รู้ตัวและกลับตัวกลับใจได้ ดังนั่นคนรุ่นหลังอย่างพวกเราก็ควรที่จะรักษาความเป็นไทยและวัฒนธรรมที่ดีงามแบบนี้ให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#229 By นายกิตติกาญจน์ ขันทิพย์ ม.๕/๘ เลขที่ ๓ (124.120.69.126) on 2008-11-17 23:02

หลังจากอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้แล้ว เนื้อหาของเรื่องนี้สะท้อนให้ทุกคนตระหนักถึงความดีและความชั่ว ถ้าเราทำดีก็ต้องได้รับบุญกุศลต่างๆมันจะสะท้อนถึงภายภพหน้าซึ่งถ้าเราทำชั่วเราก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น(ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อมาอย่างนั้น)บาปบุญคุณโทษต่างๆซึ่งในเรื่องได้กล่าวมาทำให้เห็นภาพและรู้สึกถึงเนื้อหาภายในเรื่อง จากเรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้าหรือคนที่ได้อ่านเรื่องนี้กลับมานึกคิดถึงการรทำความดีตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราจบชีวิตลงไปและเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบาปบุญต่างๆของคนในปัจจุบันที่กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปแล้วคนก็จะยิ่งทำบาปมากขึ้น สุดท้ายนี้ก็อยากจะให้ผู้ที่อ่านเรืองไตรภูมิพระร่วงรู้สึกนึกคิดถึงการทำบุญหรือบาปต่างๆที่เราได้กระทำลงไปแล้วกลับมาแก้ไขใหม่ให้ดีในวันข้างหน้า...

#230 By นายกิตติกานต์ นภากร ม.๕/๘ เลขที่ ๑0 (203.107.204.159) on 2008-11-17 23:08

เป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เห็นว่าคนทำดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่วเมื่อได้อ่านแล้วรู้สึกว่าอยากทำความดีไม่อยากตกนรก ได้รู้ว่านรกมีหลายขุมและนานมากที่กว่าจะได้เกิดมาเป็นมุนษย์ ซึ่งต่อจากนี้ไปผมจะทำความดีไม่ทำความชั่ว ขอบคุณอาจารย์ที่หาหนังสือดีๆอย่างนี้มาให้พวกเราอ่านbig smile big smile big smile

#231 By นายสหชัย หนึ่งฤทัยกุล ม.5/5 เลขที่ 7 (125.25.125.56) on 2008-11-17 23:54

เป็นเนื้อเรื่องที่ดีพูดถึงภพต่างๆได้อย่างละเอียด รู้ถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น เป็นวรรณที่มีข้อคิดสอนใจเกี่ยวกับเรื่องการทำบาปบุญคุณโทษว่าตายไปแล้วจะไปไหนทำดีแล้วจะไปอยู่ที่ไหนลักษณะการเขียนอ่านแล้วเข้าใจง่ายรู้อรรถรสของตัวละคร

#232 By น.ส.ชลกร เดชขุน ม.๕/๑๐ เลขที่ ๒๓ (125.25.252.239) on 2008-11-18 12:51

นาย ศิริพงศ์ เทพสงเคราะห์ ม.๕/๘ เลขที่ ๑๒

ใช้พรรรนาโวหารเป็นการบรรยายให้เห็นภาพได้ชัดเจนอย่างยิ่ง และ การบรรยายให้ผู้คนในปัจจุบันได้อ่าน แล้วเห็นภาพชัดเจนในลักษณะนี้ คงจะมีคนสักส่วนหนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกอยากทำความดี แต่เรื่องไตรภูมิพระร่วงนี้ ได้ถูกพระราชนิพนธ์ มาตั้งแต่สมัยพระยาลิไท (พระมหาธรรมราชาที่ 1 )จึงทำให้มีคำศัพท์ที่โบราณ อ่านแล้วเข้าใจยาก ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า เรื่องราวที่มีประโยชน์ในเรื่องนี้หากนำมาดัดแปลง เปลี่ยนการใช้ภาษาเป็นภาษาในปัจจุบัน เข้าใจง่าย มีสาระเนื้อหามากมาย

#233 By Number12 on 2008-11-18 16:05

เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมินอกห้องเรียน
จึงมีความเข้าใจมากขึ้นซึ่งที่ห้องเรียนอาจารย์ก็ิอธิบาย
มาแล้วจากที่อ่านทางเว็บที่อาจารย์ให้มาจึงรู้ว่า
นรกกับสวรรค์นั้นมีสิ่งที่แตกต่างกันคือนรกนั้นคนที่ทำความชั่ว
ก็จะไปอยู่ที่นรกเพื่อรับกรรมที่ก่อมา ส่วนสวรรค์นั้นคือคนที่ถือศีล๕หรือคนที่ความแต่ความดีผล
ก็จะไปอยู่ที่สวรรค์ ซึ่งลักษณะนรกกับสวรรค์จะมีลักษณะตรงข้ามกันแต่คนส่วนใหญ่
ในปัจจุบันมักจะทำความชั่ว ก็จะทำให้เห็นว่าคนที่ทำแต่ความชั่วจะได้รับผลกรรมอย่างไร
ส่วนที่สวรรค์คนที่ทำแต่ความดีผลกรรมก็ได้ขึ้นสวรรค์
เป็นที่ๆ สุขสบาย ซึ่งความรู้นี้ทำให้มุ่งที่จะทำความดีมากกว่าความชั่ว
เป็นเรื่องที่ที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้อย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ทำให้น่าติดตามและเป็นวรรณคดีโบราณที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ทำให้รู้ว่ากระทำสิ่งใดแล้วจะได้รับผลอย่างไรตอบแทน

#235 By พิชชาพัชร ม.๕/๘ เลขที่๑๗ (124.122.76.130) on 2008-11-18 19:53

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสอ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าโลกเรานั้นยังมีเรื่องบาปบุญคุณโทษ
ใครที่ทำดีก็ได้ดี
ใครทำชั่วก็ได้ชั่ว
ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักถึงสิ่งที่เราจะกระทำว่าส่งผลก่อให้เกิดบาปและเราต้องไปใช้บาปในนรกภูมิและข้าพเจ้าก็มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าถ้าคนทำความดีจะได้ขึ้นสวรรค์และคนที่ทำชั่วจะต้องตกนรกไปใช้กรรมที่ตนเองได้ไว้
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าไตรภูมิพระร่วงได้ให้ข้อคิดไว้หลายแง่มุม และความเชื่อในเรื่องของนรกภูมิ ได้สอนให้เราได้เกิดความเกรงกลัวต่อบาปอย่างเช่นถ้าข้าพเจ้าเถียงพ่อและแม่ของข้าพเจ้า พอตกนรกข้าพเจ้าจะเป็นเปรตที่มีปากเท่ารูเข็มไม่สามารถกินอาหารได้ และถ้าใครผิดลูกผิดเมียชาวบ้านอาจทำให้เกิดเป็นเปรตที่มีลูกอัณฑะโตเท่าลูกบอลยักษ์ที่เวลาเดินไปไหนก็ลำบาก บางที่ก็โดดขีดข่วนอาจก่อให้เกิดการอักเสบที่บาดแผลได้ แคหรือบางที่ก็ปีนต้นงิ้ว และมีมัจจุราชเอาไม้แหลมทิ่มก้น และถ้าคนดื่มเหล้า ดื่มสุรา อาจจะได้กินข้าวและน้ำในกระทะทองแดงพอลงคอและกระเพาะไปอาจแสบร้อนและทรมานได้และหลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้วข้าพเจ้ารู้สึกกลัวในการที่จะทำบาปขึ้นมาเลย ข้พเจ้ากลัวตกนรกมาก และเวลาที่เราชดใช้กรรมนั้นนานกว่าในโลกมนุษย์นั้นนานมาก
ก่อนที่ข้าพเจ้าจะทำอะไรเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าจะตระหนักก่อนทำเสมอและการที่ข้าพเจ้าได้อ่านไตรภูมิพระร่วงนี้อาจจะให้ข้อคิดดีดีแก่ข้าพเจ้า และการปฏิบัติตัวที่ดี ข้าพเจ้าจะหมั่นทำบุญ ทำทานให้กุศลแก่คนจนเพื่อช่วยเหลือให้เขาได้มีกินมีใช้ ปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อช่วยสัตว์ที่เป็นเพื่อนกับสัตว์มนุษย์กับเรา เราควรละชีวิตมัน
ข้าพเจ้าเคยได้ยินเรื่องเล่ามาว่ามีลุงขายหมูคนนึงเขาฆ่าหมูเพื่อทำอาชีพของเขา แต่ก็ไม่ผิดที่คนจะเอาไปเป็นอาหาร แต่ลุงคนนั้นเขาให้มันกินสารเร่งให้เจริญเติบโตไวๆ และบางทีก็ฆ่ามันโดยการใช้ไฟช็อตและแต่ละครั้งที่เขาฆ่ามันเขาจะได้ยินเสียงหมูมันร้องทุกครั้ง พ่อค้าหมูเขาติดสุรามาก และคั้งนึงเขาได้เกิดการล้มป่วยเขาได้เป็นพิษสุราเรื้อรัง และอาจจะตายในไม่ช้า พ่อค้าแม่ค้าที่รู้จักก็พากันไปเยี่ยมแต่ก็ได้ยินเสียงพ่อค้าหมูร้องขอชีวิตเหมือนเสียงเดียวกันกับเสียงที่หมูได้ร้องขอชีวิตเขา และจากนั้นเขาก็จบชีวิตลงและเสียงที่เขาเปล่งออกมานั้นเหมือนเสียงที่เขาเชือดหมูนั่นเอง
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ฟังเรื่องเล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจสัตว์โลกดีมากยิ่งขึ้นเพราะทุกคนต้องดำรงชีพของตนเองกันทั้งนั้น
และข้าพเจ้ายังคิดเสมอว่าคนชั่วที่ก่อกรรมนั้นจะมาช้าหรือเร็วคนชั่วจะต้องได้รับผลกรรมตอบแทนอย่างสาสมกับสิ่งที่เขาได้ทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่นและอาจส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างของเขาหรือลูกเมียของเขาก็ได้

#236 By น.ส.ณัฏฐวรรณ แช่มสร้อย เลขที่๒๖ ชั้น ม.๕/๘ (124.120.204.127) on 2008-11-18 20:02

ไมปลายังไม่เม้นอีกอ่า วันสุดท้ายแล้วนา
ไปไหนเนีย ยย embarrassed






wink

#237 By L * FMN (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:32

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าวรรณคดีเรื่องนี้ใช้ภาษาที่อ่านและเข้าใจได้ยากพอสมควร ทำให้ได้เห็นว่าภาษาที่ใช้ในสมัยก่อนนั้นเป็นเช่นใด ซึ่งวรรณคดีเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของศาสนาพุทธที่เชื่อในเรื่องนรกสวรรค์ เชื่อในเรื่องเวรกรรม โดยเห็นได้จากจุดมุ่งหมายของผู้แต่งที่แต่งความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นชี้ให้เห็นถึงผลของการกระทำของมนุษย์ที่เมื่อคนเราทำความดีก็จะได้ผลดีตอบแทน ซึ่งก็คือการได้ขึ้นสวรรค์ หรือเมื่อคนเราทำความชั่วก็จะต้องตกนรก สำหรับตัวของข้าพเจ้าเองข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องนรกสวรรค์นั้นจะมีจริงหรือไม่ข้าพเจ้าไม่รู้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าชีวิตของมนุษย์เราที่เกิดมาบนโลกนี้เรามีโอกาสได้เกิดมาแล้วก็ควรที่จะทำสิ่งที่ดีดีให้กับตนเองและคนรอบข้าง คนเราไม่ได้มีอายุยืนยาวนานนักถ้าเรามั่วไปทำสิ่งที่ไม่ดีอยู่ก็เท่ากับว่าเราเสียเวลาที่เกิดมาแต่หากเราเกิดมาทำแต่สิ่งที่ดีจะเป็นการใช้ชีวิตได้คุ้มค่า ข้าพเจ้าเชื่อว่าใครทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น ส่วนเรื่องนรกสวรรค์นั้นข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ต้องรอให้ตายไปแล้วถึงจะได้ไปนรกสวรรค์ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าในโลกปัจจุบันนี้ก็มีนรกสรรค์อยู่แล้วเวลาที่คนทำชั่วแล้วได้รับผลกรรมนั้นก็เหมือนกับตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว ส่วนคนที่ทำดีและได้รับสิ่งดีดีตอบแทนก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เช่นกัน
และการที่ศาสนาพุทธสอนในเรื่องนรกสวรรค์ก็เพื่อเป็นอุบายให้คนเราทำแต่ความดี ละเว้นจากความชั่ว จึงสอนให้คนรู้จักนรกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต่างกันมากนรกจะต้องเป็นที่ที่น่ากลัวใครได้ไปจะต้องได้รับแต่ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ส่วนสวรรค์กลับเป็นที่ที่มีแต่ความสุขรื่นเริง ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคนเราจะได้เห็นถึงความน่ากลัวของนรกจึงไม่อยากที่จะทำความชั่ว จึงทำความดีเพื่อที่จะได้ขึ้นสวรรค์ สรุปแล้วเราก็ควรจะทำแต่สิ่งที่ดีรู้จักกตัญญูและตอบแทนบุญคุณคน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น และทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ดีที่สุดเท่านี้ก็พอแล้วสำหรับชีวิตคนเรา... confused smile

#238 By นางสาวประภัสรา เนียมรุ่ง เลขที่ ๒๗ ม.๕/๘ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:41

จากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องนี้แล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือศาสนา ในการแต่งใช้เป็นการพรรณนา ซึ่งเข้าใจยากเล็กน้อย สอนให้เห็นถึงภูมิ ๓ ภูมิ คือ กามภูมิ รูปภูมิและอรูปภูมิ ดูผิวเผินแล้วเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวแต่ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว การที่เราจะไปอยู่ในแต่ละภูมิก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนของแต่ละคน หากทำแต่สิ่งดี คิดดี ทำดีกับผู้อื่นเมื่อตายไปแล้วก็จะได้ไปอยู่ในสรวงสวรรค์ ดั่งรูปภาพที่ชี้ให้เห็นถึงความสุขสบาย ซึ่งผู้คนทั่วไปต่างก็เชื่ออย่างนั้นการที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วทำไห้เห็นได้ชัดว่าการกระทำจะส่งผลในภายภาคหน้า แต่ถ้าหากเราคิดชั่ว ทำชั่ว การกระทำที่ทำไว้ในชาตินี้ก็จะส่งผลไปถึงชาติหน้าเช่นกัน เหมือนดั่งทุกศาสนาที่สอนเรื่องการทำความดีละเว้นความชั่ว การที่คนเราเกิดมาทุกวันนี้ก็เพื่อมใช้กรรมที่ก่อไว้ หากชาตินี้ยังก่อกรรมชั่วอยู่ชาติหน้าก็ต้องเกิดมาใช้กรรมใหม่ไม่รู้จักจบ ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าเราควรจะสร้างแต่กรรมดี เพื่อชีวิตที่ผ่านมาแล้วเคยสร้างแต่กรรมชั่วก็อาจจะช่วยให้เบาบางลงได้ เราจึงควรสะสมความดีต่อไป

#239 By นางสาวนรีกุล นิยมแย้ม เลขที่ ๒๓ ม.๕/๘ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:43

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า ผลกรรมของคนเรานั้นขึ้นอยุ่กับพฤติกรรมและการกระทำ คนเราหากเกิดมาในที่ดีมีทุกอย่างเพรียบพร้อมเป็นเพราะกรรมเก่าของคนคนนั้นที่เคยสร้างไว้เมื่อชาตืที่แล้ว ชาตืที่แล้วสร้างกุศล บารมีไว้ ชาตินี้ก็เกิดมามีดี แต่ถ้าหากชาติที่แวคิดคดโกงคนอื่น ขโมยของ ผลกรรมก็จะส่งให้เห็นในชาตินี้ เรื่องไตรภูมิพระร่วงก็เช่นเดียวกัน เป็นหนังสือตามหลักศาสนา ที่ชี้ให้เห็นผลกรรมที่ทำไว้ เช่นทำก็จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่ในทางตรงกันข้ามทำชั่วก็ต้องตกนรก สวรรค์จะชี้ให้เห็นถึงความสบายเหมือนคำกล่าว"เมื่อตายไปแล้วทำดีจะได้ขึ้นสวรรค์แต่ทำชั่วต้องตกนรก" ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสอนให้คนทำดี แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าการทำสิ่งใดผลกรรมก็จะส่งถึงตัวผู้ทำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำความดีหรือการทำความชั่วก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็อยากให้คนปฏิบัติดีต่อกัน

#240 By นางสาวสุจิตรา กระจ่างแจ้ง ม.๕/๘ เลขที่ ๒๑ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:44

เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ย้อนกลับมาดูว่าตัวข้าพเจ้านั้น ได้ทำอะไรไว้บ้าง เพราะทุกสิ่งที่ทุกคนได้กระทำ ล้วนมีผลต่ออนาคตในภายภาคหน้า
ถ้าคนเราทำความดี ความดีนั้นก็จะส่งผลดีกลับมาที่เรา แต่ถ้าหากเราได้กระทำความชั่ว ผลของความชั่วเหล่านั้น ก็จะกลับมาที่ตัวเรา ทั้งที่เรารู้ตัว หรือจะไม่รู้ตัวก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงแค่ไหน อยู่ที่การกระทำ ดังที่จะเห็นในเรื่องไตรภูมิพระร่วงที่กล่าวถึงชาวอุตรกุรุทวีป เมืองนี้เป็นเมือของคนดี เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นั่น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีไปทั้งหมด และเรื่องนี้ยังกล่าวถึงเรื่อง สวรรค์และนรก ข้าพเจ้าก็เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาจากหลายแห่ง ก็คล้ายๆกันว่า ที่สวรรค์นั้นเป็นที่อยู่ของคนดี อยู่ด้วยความสุขสบาย และนรกนั้นกลับตรงกันข้าม เพราะนรกเป็นที่ลงโทษของคนที่กระทำความผิด นรกนั้นมีอยู่หลายขุม แล้วแต่ความผิด เมื่อข้าพเจ้าได้เรียนรู้เรื่องนี้ ทำให้รู้สึกเกรงกลัวต่อการกระทำความผิด แม้เป็นความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม สรุปแล้วก็คือ ทำอย่างไรได้อย่างนั้น

#241 By นางสาวอรอนงค์ เพ็งแดง ม.๕/๘ เลขที่ ๑๔ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:45

หลังจากที่ข้าพเจ้า ได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า เรื่องบาป บุญ คุณโทษ และเวรกรรม นั้นมีจริง ดังนั้น กระผมได้ตระหนักถึงแล้วว่า การทำบาป ส่งผลต่อ ตัวข้าพเจ้าและคนรอบตัวของคนรอบตัวข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้าจะทำแต่สิ่งที่ดี ๆ ไม่ทำให้เดือดร้อน ผู้อื่นไม่เบียดเบียง คนอื่น และสัตว์ ไม่พูดจาโกหก และไม่พูดจา ส่อเสียดผู้อื่นและ ข้าพเจ้ากลัวการตกนรก ข้าพเจ้า จึงจะมั่นทำแต่ความดี ทำบุญ ตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา ฟังเทศก์ ฟังทำ เพื่อ ตัวข้าพเจ้าเอง และในการตกนรกนั้น หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านไตรภูมิพระร่วง เพราะ เวลาของในนรก จะช้า กว่าในโลกมนุษย์ และข้าพเจ้าจะไดรับการทรมาร จากสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำในโลกมนุษย์ จึงทำให้ข้าพเจ้าจะมั่นทำความดี เพื่อที่ข้าพเจ้าจะไม่ต้องใช้บาป กรรม ใน นรก

#242 By นาย นริศ พลอยจิระชัย ม.๕/๘ เลขที่ ๖ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:46

แสดงความคิดเห็นครับ

เรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นสิ่งที่สำคัญทางด้านพระพุทธศาสนาที่ไว้เตือนใจมนุษย์ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายไม่สับซ้อนมากจนเกินไป สามารถจินตนาการตามได้

จากบทความที่ข้าพเจ้าได้อ่านมาข้างต้นนั้นทำให้ข้าพเจ้าเองยังคงสงสัยว่ามีจริงหรือไม่แต่ถ้ามีจริงจะเป็นจริงหรือไม่ที่จะเป็นไปตามที่ได้อ่านมา แต่ที่ข้าพเจ้าได้อ่านมานั้นนรกกับสวรรค์เป็นที่ที่มีทุกอย่างแตกต่างกันมากแทบจะเทียบไม่ติดกันเลยทั้งความสุขความสบายความร่มเย็นที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเป็นเหตุที่ตอนนี้มีชีวิตอยู่ทำแต่ความดีถือศีลกินเจ ไม่ทำร้ายใคร ทำบุญทำกุศลไว้มากเมื่อได้ตายไปจึงพบแต่สิ่งที่ดีงาม แต่นรกมีแต่ความทรมานความเจ็บปวดจากผลกรรมที่ได้ทำไว้ การที่ได้อ่านบทความนี้ก็สามารถที่จะรู้สึกได้ว่ากลัวจากการที่จะก่อกรรมทำชั่ว และสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อชาติหน้าจะได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ... big smile big smile big smile

#243 By นายณัฐวุฒิ บุญจิตต์ ม.๕/๓ เลขที่ ๑๐ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:48

สวัสดีคะ มาแสดงความเห็แล้วนะคะ ขอโทษคะ หนูเลขที่ ๔๐
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านข้อมูลนี้และศึกษาจากแหล่งความรู้อื่นบ้างเป็นการเพิ่มเติม ไตรภูมิพระร่วง เดิมชื่อ เตภูมิกถา ผู้แต่ง คือ พญาลิไท จึงทำให้ทราบว่ามีการใช้สำนวนภาษาอยู่มากที่คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้มากพอ จะสามารถอ่านแล้วเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนได้ หากผู้ที่สนใจจริงๆ ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่ยากหากเริ่มศึกษาตั้งตอนนี้แต่หลักๆก็สามารถพอสรุปได้ว่าไตรภูมิพระร่วงแต่งขึ้นจากความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ต้องการให้บ้านเมืองนั้นสงบร่มเย็น สิ่งที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ที่คนไทยยอมรับและมีประเพณีต่างๆ ตามแต่ละท้องถิ่น เบื้องลึกเหล่านั้นล้วนเป็นผลของความเชื่อของคนไทย ที่ปฏิบัติต่อๆกันมาจนปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคนในชุมชน กาลเวลาได้ดำเนินต่อไป สิ่งเหล่าก็ยังคงอยู่ในสังคมไทย แม้ผู้คนซึ่งความคิดที่แตกต่างกัน มีการดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ จึงไม่แปลกที่จะเกิดสิ่งต่างๆอย่างฉับพลันขึ้นเรื่อยๆ ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน วิวัฒนาการต่างๆที่คนต่างค้นหาก่อเกิดสิ่งต่างๆที่มีดังเช่นอดีตแต่เปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมออกไปแต่เราก็ยังเรียกมันว่า ความดี และความชั่วดังเดิม สองสิ่งนี้เกิดขึ้นในภูมิที่ยังมีซึ่งกิเลสตัณหาอยู่ ยากที่ทำให้มันออกจากจิตใจของมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยตัณหา แต่ด้วยไตรภูมิพระร่วงซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงนรกและสวรรค์ เป็นสิ่งที่ทุกคนเคยได้ยิน แต่ไม่มีใครตอบได้แน่ว่ามีจริงหรือไม่ แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ดูสะท้อนออกมาเป็นคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นตามโบสถ์ของวัดวาอาราม คำบอกเล่า และชีวิตของแต่ละคนที่อยู่กับเราหรือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่เข้าใจกันว่าเรานั้นเกิดมาก็เพื่อใช้กรรมที่ตนได้กระทำไว้ และเชื่อว่าหากชาตินี้เราเกิดมาใช้กรรมเก่าแล้ว เราต้องหมั่นสร้างความดีไม่คิดกระทำชั่วเพื่อไปอยู่ในภูมิต่างๆที่มีแต่จิตที่บริสุทธิ์ มนุษย์เราปรารถนาได้ในสิ่งที่ตนต้องการอยู่แล้วหากแต่ด้วยหนทางใด
มีการกล่าวถึงยุคหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นกาลภายหน้า คือ สมัยพระศรีอาริย์ เชื่อกันว่า ณ ตอนนั้นใครปรารถนาสิ่งใดก็จะได้มาไม่ต้องมีการแก่งแย่ง ไม่มีสิ่งเลวร้าย แต่จะจริงหรือเท็จประการใดก็ไม่สารถตอบได้
หากแต่เรื่องไตรภูมิพระร่วงเป็นการนำสวรรค์แทนถึงการกระทำดี ได้พบเจอแต่สิ่งที่ดี และนรกแทนสำหรับผู้กระทำบาป จะได้รับผลของการกระทำที่บรรยายจนเห็นจากการจิตนาการของผู้อ่านว่าน่ากลัว ก่อเกิดให้ผู้อ่านได้เกรงกลัวบาปและไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นเป็นที่สุด ฉะนั้นทุกศาสนาที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจของมนุษย์ก็ไม่มีศาสนาใดที่สอนให้ทำชั่ว เราจึงควรหมั่นทำดีไม่คิดชั่วทั้งต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์

ขอบคุณคะconfused smile confused smile

#244 By นางสาวเสาวลักษณ์ ใบชิต ชั้น ม.๕/๑ เลขที่ ๔๐ (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:50

เอ้ย เดียร์ ม.5/1 อะ เค้าเม้นใหม่ให้แกนะ แกเม้นผิดอันอ่า 55 (รุ้งง นะ))

#245 By L^FMN 5/8 (118.175.66.85) on 2008-11-18 21:52

สวัสดีครับ อาจารย์ที่เคารพbig smile
ความคิดเห็น:
ในเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้นจะเห็นได้ว่า เขาสอนในเรื่อง"บาป บุญ คุณ โทษ" เมื่อผู้ใดกระทำสิ่งนั้นแล้วแล้วก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทนหรืออาจจะได้ผลตอบแทนมากกว่าที่กระทำก็ได้

๑.กามภูมิ เป็นที่กำเนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังลุ่มหลงอยู่ในกามเป็นแดนสุขสบายและแดนที่เป็นทุกข์ปะปนกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็น นรกภูมิ ดิรัจแนภูมิ เปตภูมิ อสุรกายภูมิ
และมนุสสภูมิ ไม่ว่าจะเป็นภูมิไหนๆที่กล่าวมาที่ล้วนแต่ที่ไปอยู่ก็จะเกิดความทุกข์ และไม่มีความสุข ซึ่งผมก็ถือว่า มนุสสภูมิ ก็เป็นภูมิที่ทำให้เกิดทุกข์เช่นกัน ส่วนฉกามาพจร เป็นนิแดนของเทวดาซึ่งไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย เพราะมีแต่คนอยากไปอยู่ทั้งนั้น

๒.รูปภูมิซึ่งภูมินี้ถ้าใครได้ไปอยู่แล้วละก็คงจะมีความสุขไม่น้อย เพราะจะมีรูปงามบริสุทธิ์ มีแสง สว่างรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง มีเสียงไพเราะ และมีอายุยืนหลายพันปีทิพย์

๓.อรูปภูมิ คือภูมิที่ไม่มีรูปแต่จิต

ต่อไปจะเป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับเว็บไซต์ของท่านอาจารย์sad smile
ข้อเสียtongue : เมื่อเปิดมาจะเห็นได้ว่าทางด้านบนขวามือยังมีตัวหน้งสือซ้อนกันจนมากไม่รู้เรื่องอยู่ ส่วนหัวข้อเรื่องน่าจะมีการปรับสีให้มันดูเน้นชัดและหน้าอ่านมากยิ่งขึ้น และอีกอย่างควรจะหารูปภาพมาประกอบมาให้ดูเป็นตัวอย่างมายิ่งขึ้น เพื่อให้รู้ถือความสุขหรือความทุกข์ของภูมินั้นๆ

เมื่อมีข้อเสียก็ต้องมีข้อดีครับ อิอิ : จะเห็นได้ว่าในเรื่องจะจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ มีเรเรียงลำดับได้ดีแถมยังมีการยกตัวอย่างอีกซึ่งกถือว่าระดับอาจารย์ทำได้ขนาดนี้ก็นับว่าสุยอดแล้วครับ ขอชมเชยครับ

ส่วนอันนี้แนะนำให้เพิ่มเติมครับ
คุณค่า
๑.ด้านศาสนา ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสืออ่านยาก ตั้งแต่สมัยสุโขทัยตลอดมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้ที่นำไตรภูมิไปสู่ชาวบ้านก็คือพระสงฆ์ และนำไปโดยการเทศนา ทำภาษายากให้เป็นภาษาง่ายที่ชาวบ้านเข้าใจได้ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษ การเกิดการตาย เกี่ยวกับโลกทั้งสาม (ไตรภูมิ) ซึ่งทำให้คนสมัยกรุงสุโขทัยเข้าใจเรื่องชีวิตของตนเองว่าเกิดมาอย่างไร ตายแล้วไปไหน โลกที่อยู่ปัจจุบันและโลกหน้าเป็นอย่างไร
๒.ด้านภาษา สำนวนโวหารในไตรภูมิ โดยเฉพาะพรรณนาโวหารนั้นประณีตละเอียดลออเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้นึกเห็นสมจริง ให้เห็นสภาพอันน่าสยองขวัญของนรก สภาพอันรุ่งเรืองบรมสุขของสวรรค์ จนจิตรกรอาจถ่ายบทพรรณนานั้นลงเป็นภาพได้ เราจะเห็นภาพฝาผนังของวิหารและโบสถ์ตามวัดต่างๆ ไป (นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางภาษาระหว่างสมัยพ่อขุนรามคำแหงกับสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท)
๓.ด้านสังคม มุ่งใช้คุณธรรมความดีเป็นพื้นฐานการสร้างสรรค์ความสุขในสังคม
๔.ด้านอิทธิพลต่อกวียุคหลังกวียุคหลังได้ใช้ไตรภูมินี้เป็นแนวพรรณนาป่าหิมพานต์ เขาพระสุเมรุ วิมานพระอินทร์ ส่วนจิตรกรได้อาศัยความคิด ความเชื่อในไตรภูมิ เป็นแนวการสร้างสรรค์งานศิลปะ
รวมความว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือเก่าชั้นวรรณคดีที่มีอิทธิพลต่อความคิดอ่านของคนไทยในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ในด้านจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์ต่างๆ และวรรณคดีตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบัน หนังสือนี้แสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระยาลิไทในด้านศาสนา และใช้จริยธรรมในการบริหารบ้านเมือง และยังแสดงให้เห็นพระสติปัญญา ตลอดจนให้แนวคิดในเชิงปรัชญา สังคม และค่านิยมของสังคมเป็นอย่าง

ขอบคุณครับ
นอนแล้วนะครับ ฝันดีครับ อาจารย์double wink

#246 By นายสมบูรณ์ ไววุฒิวรกุล ม.๕/๘ เลขที่ ๑๓ (58.9.212.151) on 2008-11-18 22:25

เวอร์มากมา ยคร๊า
พี่ป๋ออ --*
:))

question question

#247 By L ^ FMN (118.175.66.85) on 2008-11-19 17:10

จากการที่ได้อ่านวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วง ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้อ่าน และรับรู้เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนของตัวเอง ซึ่งสามารถอ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำความดีและการทำความชั่วได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำความดีและความชั่วก็ได้แบ่งเป็น2ด้าน ซึ่งถ้าทำความดีเมื่อตายแล้วความดีจะส่งผลให้อยู่บนสวรรค์ แต่ถ้าทำไม่ดีจะส่งผลให้เราตกไปอยู่ในนรก ซึ่งนรกก็มีมากมายหลายขุม แบ่งตามความชั่วที่เราได้ทำเมื่อตอนมีชีวิตอยู่

#248 By นายพนมศักด์ กิตติศักดิ์เสรี ม.๕/๘ เลขที่ ๑๑ (124.122.173.74) on 2008-11-19 20:31

จากการที่อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงนั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าเรื่องนี้ได้สอนถึงการทำความดีและการทำความชั่วว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ซึ่งการทำความชั่วถ้าทำชั่วมากมากก็จะตกอยู่ในนรกชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่ถ้าทำความดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งสอนให้รู้ว่าการที่เราทำอะไรนั้นมักมีผลที่เกิดขึ้นตามมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านที่ดีหรือด้านที่ไม่ดี การทำความดีไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นผลดีทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเราทำไม่ดีก็จะตกนรก ซึ่งในเรื่องนี้ได้กล่าวไว้๓ภูมิ ได้แก่
๑.กามภูมิ เป็นที่กำเนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังหลงอยู่ในกาม
๒.รูปภูมิซึ่งภูมินี้ถ้าใครได้ไปอยู่แล้วละก็คงจะมีความสุข
๓.อรูปภูมิ คือภูมิที่ไม่มีรูปมีแต่จิต

#249 By นายอุดมศักดิ์ แบบสุวรรณ ม.๕/๘ เลขที่๗ (124.122.173.74) on 2008-11-19 20:59

หลังจากการที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องไตรภูมิพระร่วงแล้ว ไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีที่ทำให้คนเลิกกระทความชั่วเพราะกลัวจะตกไปอยู่ในนรก เนื่อเรื่องได้มีการบรรยายอย่างนรกขุมต่างๆละเลียด ว่าเพราะอะไรถึงไปอยู่ ซึงก็ขึ้นอยู่กับการกระทำและกรรมที่ได้ในชาติที่แล้ว แม้ว่าภาษาที่ใช้จะไม่ใช้ภาษาปัจจุบันที่เข้าใจง่ายแต่ก็สามารถอ่านรู้เรื่องและถ้าพยายามเข้าใจก็สามารถรับรู้ได้ หากว่าการคิดดี ทำดีจะทำให้ไปเกิดที่ดีดีแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า คนที่เชื่อเรื่องเหล่านี้ย่อมกระทำดีและทำให้สังคมเจริญได้แน่นอน

#250 By (124.120.236.151) on 2008-11-20 05:32