นรก

posted on 04 Oct 2008 11:16 by piromwasee
              นรก
    
นรกแบ่งเป็นขุม ๆ ตามอำนาจของกรรมที่เหล่าสัตว์โลกได้กระทำ
ไว้บันดาลให้เกิดขึ้น  นรกขยายตัวออกไปไม่สิ้นตามจำนวนของสัตว์
นรก   นรกแบ่งออกตามอำนาจของกรรม ดังนี้
     ๑.  มหานรก   ๘  ขุม
     ๒.  อุสสทนรก   ๑๒๘  ขุม
     ๓.  ยมโลก   ๓๒๐  ขุม
     ๔.  โลกันตนรก  ๑  ขุม
     มหานรกหรือนรกขุมใหญ่ มี  ๘  ขุม   แต่ละขุมจะมีนรกบริวาร/
นรกบ่าว หรืออุสสทนรก ด้านละ  ๔  ขุม  รวม ๑๖ ขุม   และมีนรกเล็ก
เรียกว่า ยมโลก อยู่ภายนอกด้านละ ๑๐ ขุม  สำหรับโลกันตนรกอยู่
นอกกำแพงจักรวาล

มหานรก  ๘  ขุม

ขุมที่ ๑  สัญชีพนรก (ขุมนรกไม่มีวันตาย)
    
ลักษณะ  พื้นเหล็กหนาถูกเผาไฟจนลุกโชน  มีขอบทั้ง ๔ ด้าน
มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล  ระหว่างไฟจะมีสรรพวุธต่าง ๆ เช่น
หอก ดาบ ฆ้อน ถูกเผาไฟจนลุกแดงและคมจัด  สัตว์นรกวิ่งพล่าน
เท้าเหยียบไฟ  ร่างกายถูกเผา  สรรพวุธฟัน แทง สับ ทุบ  สัตว์นรก
เจ็บปวดทรมาน ร้องครวญครางดิ้นเร่า ๆ  ร่างกายสัตว์นรกฉีกขาด
แล้วมาต่อกันใหม่โดยทันที  ทรมานต่อไป ไม่มีวันตาย
    
อายุขัย   ๕๐๐ ปี   ๑ วัน =  ๙ ล้านปีมนุษย์
    
ความผิดบาป   เป็นโจรปล้นทำลายทรัพย์สิน  ผู้มีอำนาจข่มเหง
ผู้ต่ำต้อยกว่า

ขุมที่ ๒  กาฬสุตตะนรก (ขุมนรกบรรทัดดำ)
    
ลักษณะ   มีกำแพงและพื้นเหล็กถูกเผาไฟลุกโชน นายนิริยบาลจะ
จับเอาสัตว์นรกนอนลง  ใช้เส้นบรรทัดที่ทำด้วยสายเหล็กแดงลูกเป็น
ไฟ มาดีดร่างกายของสัตว์นรก  ตามยาวบ้าง  ตามขวางบ้าง  แล้วนำ
เลื่อยบ้าง ขวานบ้าง มีดโต้บ้าง มาสับ ฟัน เลื่อยตามรอยที่ดีดไว้ 
ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส
     อายุขัย   ๑,๐๐๐ ปี   ๑ วัน  =  ๓๖ ล้านปีมนุษย์
    
ความผิดบาป   ฆ่านักบวช  ภิกษุ สามเณร  ผู้ทุศีล อลัชชี

ขุมที่ ๓  สังฆาฏนรก (ขุมนรกภูเขาขยี้กาย)
    
ลักษณะ   มีกำแพงและพื้นเหล็กถูกเผาไฟลุกโชน  มีภูเขาเหล็กลุก
เป็นไฟ ๒ ลูก  กลิ้งไปมาเข้าหากันบดขยี้ร่างสัตว์นรกจนแหลกเหลว
แล้วฟื้นขึ้นมาใหม่  รับทุกข์ทรมานต่อไป  สัตว์นรกตนใดวิ่งหนี 
ก็จะถูกนายนิริยบาลตีบ้าง แทงบ้าง ฟันบ้าง ตลอดเวลา
     อายุขัย   ๒,๐๐๐ ปี    ๑ วัน  =  ๑๔๕  ล้านปีมนุษย์
    
ความผิดบาป  เป็นพรานนก  พรานเนื้อ  หรือพวกที่ชอบทรมาน
เบียดเบียนสัตว์ที่ตนใช้ประโยชน์ เช่น วัว ควาย โดยขาดความเมตตา
สงสาร

ขุมที่ ๔  โรรุวะนรก (ขุมนรกร้องไห้)
     ลักษณะ   มีกำแพงเหล็ก ๔ ด้าน ไฟลุกโชน ยิ่งลึกยิ่ร้อน ตรงกลาง
ขุมมีดอกบัวเหล็ก  กลีบเหล็กมีไฟพุ่งออกมาตลอดเวลา สัตว์นรกถูก
บังคับให้ขึ้นไปอยู่ในดอกบัว  กรรมทำให้สัตว์นรกยืนขึ้นแล้วก้มตัวลง
กลีบบัวงับหนีบสัตว์นรก ส่วนหัวถึงคาง  ขาถึงข้อเท้า มือถึง
ข้อมือ  ไฟเผาร่างอยู่ตลอดเวลา สัตว์นรกเจ็บปวดทรมานส่งเสียงร้อง
ครวญครางดังยิ่งนัก
     อายุขัย   ๔,๐๐๐ ปี    ๑ วัน  =  ๕๗๖  ล้านปีมนุษย์
    
ความผิดบาป  พวกเมาสุราอาละวาด ทำร้ายร่างกาย  พวกเผาไม้
ทำลายป่า  พวกกักขังสัตว์ไว้ฆ่า  ชาวประมง

ขุมที่ ๕  มหาโรรุวะนรก (ขุมนรกร้องไห้ดังสนั่น)
     ลักษณะ   มีดอกบัวขนาดใหญ่  ไฟร้อนจัดยิ่งกว่าขุมก่อน  กลีบบัว
คมเป็นกรดมีอยู่ทั่วไป  ระหว่างช่องว่างมีแหลนหลาว ปักชูปลายแหลม
ขึ้นลุกเป็นไฟ  นายนิริยบาล่จะบังคับไล่แทงให้ขึ้นไปบนดอกบัว 
สัตว์นรกทั้งหลายร้อน ดิ้นทุรนทุรายไปกระทบกลีบบัว 
กลีบบัวบาดตัดร่างสัตว์นรกล่วงลงมา  ถูกแหลนหลาวแทงรับไว้ 
เนื้อของสัตว์นรกร้อนลุกเป็นไฟหล่นลงสู่พื้น  และมีสุนัขนรกคอยกัด
แทะกินจนหมดสิ้น  สัตว์นรกก็จะก่อร่างขึ้นใหม่ รับทุกขเวทนายิ่งกว่า
ร้องโหยหวนดังยิ่งกว่าขุนก่อน  
     อายุขัย   ๘,๐๐๐ ปี    ๑ วัน  =  ๒๓๐๔  ล้านปีมนุษย์
    
ความผิดบาป  พวกลักเครื่องสักการบูชา  ขโมยทรัพย์สมบัติของ
พ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือภิกษุสามเณร นักบวชต่าง ๆ

ขุมที่ ๖  ตาปะนรก (ขุมนรกแห่งความเร่าร้อน)
     ลักษณะ  กำแพง ๔ ด้าน พื้นเป็นเหล็กแดงฉาน ไฟพลุ่งโชน